เรื่องร้องเพลง กับการ ตอบข้อ คำถาม
น้าโอ๊ะ คมกฤช จันทราสา ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อคำถาม
โดยการตอบ เกิดเป็นสาระความรู้ให้ความบันเทิง
ฝึกฝนบังคับตนได้ด้วยตัวของตัวเอง
สวัสดีครับ คงสบายดีกันทุกคนนะขอให้สุขภาพใจและสุขภาพกายสบายดีตลอดไปนะครับ เพื่อที่จะทำให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ราบรื่นด้วยความสนุกสนานในหน้าที่อย่างไม่ติดขัด หายใจเข้าช้าๆให้ออกซิเจนขึ้นสมอง เปิดคอแล้วเงยใบหน้าขึ้นให้อ๊อกซิเจนไหลลงผ่านลำคอแล้วเก็บไว้ที่ปอดจนเต็มแล้วให้อ๊อกซิเจนไหลลงลึกไปที่ท้องกลั้นหายใจไว้ 3 วินาที แล้วหายใจเข้าทางปากพร้อมกับแขม่วท้อง แล้วจึงเป่าลมคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ออกมาให้เป็นพวยยาว สดชื่นขึ้นมากเลยใช่ไหมครับ และบางครั้งทุกคนก็เคยผ่านการร้องเพลงมาบ้าง คือร้องเพลงแบบร้องเล่นๆ หรือร้องเพลงแบบตั้งใจฝึกฝนก็ตาม ทุกคนจะมีพื้นฐานมามากน้อยย่อมแตกต่างกันออกไป จนบางครั้งเมื่อพบเห็นสิ่งใดแปลกๆจนทำให้สงสัยจึงเกิดคำถามขึ้น ทำไม เหตุใดเป็นเพราะอะไร ใช่ครับความสังเกตความสงสัยเป็นจุดเริ่มต้นให้มีความพัฒนาความสามารถในตนเองขึ้น แต่คำตอบที่ให้ความถูกต้องส่วนมากจะอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร มีผู้ชี้ให้เห็นทาง มีผู้ชี้ให้เห็นภาพ มีผู้อธิบายให้เข้าใจ ให้ทุกคนได้ตัดสินใจชอบหรือไม่ชอบ ใช่หรือไม่ใช่ได้ด้วยตัวเอง บางคนเจอคนร้องเพลงมาเยอะ รับเอามาจากคนนี้นิดนึง คนนั้นหน่อยนึง รับเอามาจากพี่ๆบ้างรับเอามาจากเพื่อนๆบ้างรับเอามาจากน้องๆบ้างอย่างละนิดอย่างละหน่อยแล้วค่อยประยุกต์ปรับแต่งให้กลมกลืนเป็นส่วนของเราอย่างนี้ดีเห็นด้วยครับน่าสนับสนุน กับอีกบางคนเจอคนนี้ก็รับเอาของคนนี้มาหมด เจอคนนั้นก็รับเอาของคนนั้นมาหมดมีแต่สิ่งที่เป็นของคนอื่นเขาไม่มีจุดยืนของตนเอง หาความเป็นตนเองไม่เจอ บางครั้งอาจทำให้สับสนหรือมีอาการออกทะเลไปบ้างก็เป็นได้อย่างนี้อันตรายมากครับน่าเป็นห่วง
มีน้องๆถามมาว่า
( ก่อนจะเรียนร้องเพลงควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างค่ะ )
( ก่อนจะเรียนร้องเพลงควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างค่ะ )
ก่อนจะเรียนร้องเพลงหากเป็นเด็กอายุ
6-18
ปี
ก็ควรปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ก่อนนะครับว่าเห็นด้วยไหม
เพราะท่านเป็นผู้ที่จะออกค่าใช้จ่ายให้กับเรา หากน้องๆอายุ 18 ปีขึ้นไป อาจมีสตางค์เก็บมากพอที่จะออกค่าใช้จ่ายเล่าเรียนเองได้
ก็ไม่ต้องไปรบกวนคุณพ่อคุณแม่เพียงแค่บอกให้ท่านทราบเท่านั้นว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ บางทีท่านอาจจะดีใจและส่งเสริมเราอีกก็เป็นได้
การเลือกเรียนกับครูผู้สอน มีให้เลือก
2 ข้อคือ
1 ครูผู้สอนเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง
หากเลือกเรียนกับครูท่านนี้ค่าใช้จ่ายก็จะสูงนะครับ
2 ครูผู้สอนไม่มีชื่อเสียง
หากเลือกเรียนกับครูท่านนี้ค่าใช้จ่ายก็จะถูกกว่านะครับ
การเตรียมตัวที่จะเลือกเรียนกับครูผู้สอนท่านใดให้หนูสังเกตดูที่หัวข้อเนื้อหาวิชาว่า เป็นสิ่งที่น่าสนใจตรงตามวัตถุประสงค์ของใจที่หนูต้องการไหมหากใช่ก็เลือกเลยครับ
หากไม่ใช่ก็ปฏิเสธไปแล้วหาใหม่จนกว่าจะพอใจ เพราะการเรียนอย่างนี้เป็นการเรียนพิเศษ ผู้เรียนย่อมค้นหาต้องการเคล็ดลับวิชาจากครูผู้สอนให้ได้เป็นคนเก่งเร็วๆ หากครูผู้สอนมีเคล็ดลับวิชาเยอะ ก็ย่อมมีผู้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนหาความรู้ได้มากมายใช่ไหมครับ
ก็ถือว่าเป็นการเตรียมตัวก่อนที่จะเรียนร้องเพลงว่า
จะเลือกใช้จ่ายอย่างไรดีให้เหมาะสมกับตัวของหนูเอง
( หนูเป็นนักแสดงลิเกมาเรียนร้องเพลงได้ไม่นานก็ถูกครูทิ้ง กลุ้มใจค่ะ )
บางทีเรื่องกลุ้มใจก็หาทางออกได้นะครับ
หนูลองหาที่เรียนใหม่อาจจะได้ตามดั่งที่ใจคิด
เพราะฉะนั้นการเรียนร้องเพลงผู้เรียนย่อมต้องการปรับปรุงแก้ไขการร้องเพลงของตนเองให้ดีขึ้น และผู้สอนก็ต้องแก้ไขปัญหาของผู้เรียนให้เป็นไปตามเนื้อ
หาวิชาหลักสูตรที่วางไว้เป็นแบบขั้นบันไดคอยแก้ปัญหาของผู้เรียนไปทีละขั้นตอน ทีละก้าว จะไม่มีการเขย่งก้าวกระโดดนะครับ
ปัญหาของผู้เรียนแต่ละคนก็ย่อมไม่เหมือนกันแตกต่างกันออกไป
ลองดูปัญหาของหนูที่เป็นนักแสดงลิเกนะครับว่า ส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาอะไร เช่น
การออกเสียงที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะตัว น คือคำว่า เกิน
เดิน เนิน
ส่วนตัวของน้องเองก็จะร้องออกเสียงเปลี่ยนจากตัว น
เป็นตัว ล จึงเกิดเป็นเสียงคำว่า เกิล
เดิล เนิล ใช่ไหมครับ
ตรงนี้แหละครับที่ออกเสียงแล้วเป็นเสียงของตัว ล ต้องควรแก้ไขให้เป็นเสียงตัว น
หนูลองออกเสียงดูทำให้ได้นะครับ
มาลองฝึกปฏิบัติกัน
น้องควรลบวิธีการออกเสียงแบบของเก่าของเดิมให้หมด แล้วออกเสียงขับร้องให้เกิดเสียงตัว น
เช่นคำว่า เกิน เดิน
เนิน
ลองฟังดูสิว่ายังมีเสียงตัว ล ผสมอยู่ไหมครับหากยังมีอยู่ให้หนูลองนึกวิธีดูนะครับว่าจะลบตัว ล
ออกได้หมดสนิทไหมครับ ลองออกเสียงขับร้องอีกทีนะครับคำว่า เกิน
เดิน เนิน ลองฟังดูสิว่ายังมีเสียงตัว ล
ผสมอยู่ไหมครับ หากไม่มีก็แสดงว่าหนูออกเสียงได้ถูกต้องถูกวิธีแล้วครับ
หากถ้ายังมีเสียงตัว ล
อยู่ให้นึกดูสิว่ามีมากไหมครับจาก 100 % ให้ลดลงเหลือ 5 % ถือเป็นการดีที่ออกเสียงให้เกิดความรู้สึกมีตัว ล
ให้น้อยที่สุด
ลองออกเสียงขับร้องใหม่อีกทีนะครับ ฝึกหลายๆรอบหลายๆครั้งจนกว่าเสียงตัว ล
จะหายหมดไป
ให้หนูสังเกตในหนึ่งบทเพลงจะมีตัว
น อยู่ท้ายคำกี่ตัว ลองนับดูสิครับว่ามีมากไหมครับ หากมีมากตัว
ล ของหนูก็จะออกมามากเช่นกันครับ
ขอเปรียบเทียบให้หนูเห็นอีกทีนะครับว่าหากเป็นการออกเสียงขับร้องคำว่าเดิน เนิน ฟังดูแล้วไม่มีเสียงตัว ล ผสมอยู่ก็ให้หนูใช้วิธีออกเสียงขับร้องเป็นแบบเสียงพูดเลยครับวิธีนี้อาจจะดูดีกว่าก็ได้นะครับ ลองฝึกทำดูนะครับ..
( การออกกำลังกายมีส่วนช่วยในการขับร้องได้อย่างไรครับ
)
หากออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวันก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพดี
การเลือกออกกำลังกายเพื่อนำมาใช้ในการขับร้องเพลงก็มีให้เลือกใช้อยู่หลายวิธีด้วยกันครับ
1 ว่ายน้ำ
2 วิ่งรอบสนาม
3
วิดพื้น
4 กายบริหาร หรือเล่นกีฬาประเภทอื่นก็ได้นะครับ
หากเลือกออกกำลังกายด้วยวิธีที่
1 และ 2 จะใช้พื้นที่มาก
หากเลือกออกกำลังกายด้วยวิธีที่ 3 และ
4 ก็จะประหยัดพื้นที่ได้มากครับ
น้องผู้หญิงและน้องผู้ชายควรเลือกออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตนเองนะครับ เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมที่จะร้องเพลงได้ทุกเวลา
การออกกำลังกายจะช่วยให้เลือดลมสูบฉีดมีความกระฉับกระเฉงมีความตื่นตัว
และมีพลังเพื่อที่จะนำมาใช้ในการขับร้องเพลงได้ดี
หากน้องไม่ออกกำลังกายและเมื่อใดน้องได้ร้องเพลงก็อาจจะเกิดอุปสรรคในเรื่องของพลังแห่งลมหายใจ เพราะลมที่ขับร้องออกมาไม่มีพลังเลยครับ
น้องรู้แล้วนะครับว่าการออกกำลังกายมีส่วนช่วยในการขับร้องเพลงได้ดีอย่างไรเข้าใจแล้วนะครับ...
( การพักผ่อนน้อยมีผลต่อการขับร้องอย่างไรครับ )
การพักผ่อนมีผลต่อการขับร้องอย่างไร หากน้องพักผ่อนน้อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอต่อร่างกาย จะมีผลต่ออารมณ์และสุขภาพจิตในทางลบ
จะร้องเพลงหรือทำงานสิ่งใดก็ตามมักจะติดขัดหงุดหงิดง่าย
ไม่ได้ดั่งใจหากทำแล้วผลงานก็ออกมาไม่ดีคือเสียก็ต้องตัดทิ้งไป ควรหยุดพักไว้ชั่วคราวแล้วพักผ่อนให้มากๆให้เพียงพอต่อร่างกายแล้วกลับมาทำงานใหม่
ขับร้องใหม่คราวนี้ละร้องเพลงได้เป็นชั่วโมงก็ไม่เหนื่อย สนุกกับงานที่ได้ทำมีความตั้งใจมีสมาธิทำงานได้ราบรื่นผลงานก็ออกมาดีเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง น้องลองเปรียบเทียบดูนะครับว่า
การพักผ่อนน้อยกับการพักผ่อนมากมีผลต่อการขับร้องกับตนเองเป็นอย่างไรน้องเลือกปฏิบัติใช้ได้เลยนะครับ...
( บางครั้งผมร้องเพลงเพี้ยนเป็นเพราะอะไรครับ )
การร้องเพลงเพี้ยนเป็นเรื่องปกติของผู้ฝึกหัดนะครับ
เมื่อร้องเพลงเพี้ยนก็ควรแก่การแก้ไขและอยากจะร้องเพลงได้ไพเราะน่าฟังไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่คำเดียว เป็นสิ่งที่น่ายินดีน่าส่งเสริมมากเลยครับ
การร้องเพลงเพี้ยนจะเกิดขึ้นจากการออกเสียงไม่ถูกต้องตามเมโลดี้คำร้องซึ่งเกิดขึ้นได้หลายวิธีด้วยกันคือ
1
ออกเสียงขับร้องสูงกว่าเมโลดี้คำร้อง
คือเพี้ยนสูง เสียงก็จะออกมาเป็นชาร์ป # ให้ปรับออกเสียงขับร้องเสียใหม่ คือ
ลดเสียงร้องให้ต่ำลงให้ความกังวานของเสียงถูกต้องตามเมโลดี้คำร้องนั้นนะครับ
2 ออกเสียงขับร้องต่ำกว่าเมโลดีคำร้อง คือเพี้ยนต่ำ
เสียงก็จะออกมาเป็นแฟลต b ให้ปรับออกเสียงขับร้องเสียใหม่ คือ
ใช้เสียงร้องให้สูงขึ้นให้ความกังวานของเสียงถูกต้องตามเมโลดี้คำร้องนั้นนะครับ
3 ออกเสียงขับร้องที่ยังไม่คุ้นกับเมโลดี้คำร้อง
ก็จะออกเสียงร้องไม่ถูกทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าออกเสียงอย่างไรเสียงจึงเพี้ยนแกว่งไปมา
ข้อควรแก้ไขให้เทียบเมโลดี้คำร้องกับเครื่องดนตรีสำหรับผู้ที่เล่นดนตรีเป็นว่า
เมโลดี้คำร้องเป็นเสียงใด โด เร มี ฟา ซอล ลา ที พอพบเมโลดี้ที่ออกเสียงเพี้ยนแล้ว ให้เล่นซ้ำหลายๆครั้ง แล้วฝึกออกเสียงหลายๆรอบฝึกให้คุ้นเคยกับเมโลดี้คำร้องคำนี้ พอคุ้นเคยกับการออกเสียงแล้วชำนาญแล้ว คราวนี้ละพอออกเสียงขับร้องออกมาก็จะไม่มีเมโลดี้คำร้องคำใดเพี้ยนเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินอีกเลยครับ...
( การพักผ่อนน้อยมีผลต่อการขับร้องอย่างไรครับ )
การพักผ่อนมีผลต่อการขับร้องอย่างไร หากน้องพักผ่อนน้อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอต่อร่างกาย จะมีผลต่ออารมณ์และสุขภาพจิตในทางลบ
จะร้องเพลงหรือทำงานสิ่งใดก็ตามมักจะติดขัดหงุดหงิดง่าย
ไม่ได้ดั่งใจหากทำแล้วผลงานก็ออกมาไม่ดีคือเสียก็ต้องตัดทิ้งไป ควรหยุดพักไว้ชั่วคราวแล้วพักผ่อนให้มากๆให้เพียงพอต่อร่างกายแล้วกลับมาทำงานใหม่
ขับร้องใหม่คราวนี้ละร้องเพลงได้เป็นชั่วโมงก็ไม่เหนื่อย สนุกกับงานที่ได้ทำมีความตั้งใจมีสมาธิทำงานได้ราบรื่นผลงานก็ออกมาดีเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง น้องลองเปรียบเทียบดูนะครับว่า
การพักผ่อนน้อยกับการพักผ่อนมากมีผลต่อการขับร้องกับตนเองเป็นอย่างไรน้องเลือกปฏิบัติใช้ได้เลยนะครับ 00
( ความมั่นใจในการร้องเพลงเกิดขึ้นได้อย่างไรค่ะ )
หนูต้องหมั่นฝึกซ้อมร้องเพลงบ่อยๆให้มากๆ
เพื่อที่จะได้คุ้นเคยให้เกิดความชำนาญจนเชี่ยวชาญการจดจำได้แม่นยำถึงวิธีการกระบวนการเทคนิคต่างๆในการใช้ออกเสียงขับร้องเพลง เช่น
1 หนูใช้เทคนิคในการออกเสียงแบบใด ให้จดจำเทคนิควิธีนั้นแล้วฝึกซ้อมบ่อยๆจนเกิดความคุ้นเคยชำนาญดีแล้ว
และความมั่นใจก็จะเกิดขึ้นภายในตัวของหนูเองอย่างอัตโนมัติ
2
การใช้ท่าทางประกอบการร้องเพลง
ซึ่งเป็นขั้นตอนในการจดจำท่าทางต่างๆให้เกิดความแม่นยำแล้วฝึกซ้อมบ่อยๆให้เกิดความชำนาญได้ดีแล้ว
ความมั่นใจก็จะเกิดขึ้นภายในตัวของหนูเองอย่างอัตโนมัติเช่นกันครับ
3
การแสดงออกให้ผู้ชมได้ชมภาพและการออกเสียงร้องเพลง
หนูควรนำเทคนิคที่ได้ฝึกฝนมาทั้งหมดนำออกมาใช้ให้ได้ดี อย่าให้มีสิ่งใดมาปิดกั้นความรู้สึกความสามารถของหนูให้เกิดความลังเลใจใดๆในการแสดงออก
ให้หนูเชื่อมั่นในสิ่งที่ได้ฝึกฝนมาก็จะเกิดเป็นความมั่นใจให้ได้แสดงออกได้ดีเต็มความสามารถของหนูเลยทีเดียวครับ...
( ควรทำอย่างไรให้เกิดความเป็นตัวของตัวเองครับ )
ทำในสิ่งที่น้องทำเป็นปกติในทุกๆวัน เพียงแต่ความเป็นตัวของตัวเองจะมีความมั่นใจในความสามารถของตนเองสูง คือเป็นคนกล้าแสดงออก เช่น
1
การแสดงออกทางความคิด
คือคิดเร็วพูดเร็วตัดสินใจเร็ว
2
การแสดงออกทางพฤติกรรม
คือการเดินการนั่งท่าทางต่างๆที่กระฉับกระเฉงคล่องแคล่วว่องไว ถ้าหากมีมารยาทด้วยความสุภาพความอ่อนโยนแล้ว
ความเป็นตัวของตัวเองนี้ก็จะสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่หากถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ความคิดที่แสดงออกมาก็จะก้าวร้าวรุนแรงและพฤติกรรมก็จะแข็งกระด้างไม่มีสัมมาคารวะไม่สวยงามเลยครับ
ความเป็นตัวของตัวเองที่นำมาแสดงให้น้องได้เห็นเป็นสองด้านสองมุมมองให้น้องได้ตัดสินควรเลือกใช้ควรทำอย่างไรให้เกิดความเป็นตัวของตัวเองตามแต่ใจที่น้องถนัดนะครับ...
( หนูร้องเพลงได้หลายประเภท แต่หนูค้นหาตนเองไม่เจอ ช่วยหน่อยค่ะ )
การค้นหาตนเองก็คือการรู้จักตนเอง หนูคงจะรู้จักตนเองได้ดีกว่าผู้อื่นนะครับ ให้มองย้อนกลับไปถึงที่มาของหนูก่อนนะครับว่า คุณพ่อคุณแม่ของหนูชื่ออะไรหนูเกิดที่โรงพยาบาลไหนเกิดวันอะไร อาทิตย์
จันทร์ อังคาร พุธ
พฤหัส ศุกร์ เสาร์
วันที่เท่าไหร่ พ.ศ. อะไรปีใด ชวด-กุน
ปัจจุบันเรียนอยู่ระดับชั้นหรือจบการศึกษาแล้วและทำงาน หรือนิสัยใจคอของหนูเป็นอย่างไร
ความสามารถของหนูที่เชี่ยวชาญชำนาญที่สุดมีสิ่งใดบ้าง
ความสามารถพิเศษของหนูทางช่างเทคนิคมีมากน้อยในสิ่งใดบ้าง
ความสามารถพิเศษของหนูโดยทั่วไปในทางด้านการใช้อุปกรณ์สำนักงานหรือทางด้านการกีฬา หนูควรคัดแยกให้ออกนะครับว่ามีมากแค่ไหนและให้หนูเลือกนำเอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่หนูคิดว่ามีดีที่สุดนำมาเสนอให้เป็นจุดขายของหนู
ลองเลือกดูนะครับและส่วนที่เหลือให้เป็นความสามารถอดิเรกเป็นสิ่งสำรองไว้นะครับ
ส่วนหนูที่มีความสามารถเชี่ยวชาญในการร้องเพลงได้หลายประเภทให้หนูแยกออกมาว่ามีประเภทใดบ้าง เช่นเพลงสากล
เพลงไทยสากล เพลงไทยลูกทุ่ง เพลงไทยเพื่อชีวิต ให้หนูเลือกนำมาใช้เพียงประเภทเดียว ตัวอย่างเช่น
หนูเลือกเพลงไทยสากลแนวเพลงป็อบ
หนูก็นำเอาแนวเพลงนี้มานำเสนอเอามาเป็นจุดขายเป็นแนวเพลงของหนู
และสิ่งนี้ก็คือการค้นหาตัวเองของหนูได้สำเร็จขึ้นแล้ว
หากหนูค้นหาตนเองเจอแล้วหนูก็พร้อมที่จะเป็นศิลปินได้ในภายต่อไปครับ...
( เครื่องแต่งกายมีส่วนในการขับร้องเพลงอย่างไรค่ะ )
สำหรับหนูน้องผู้หญิงเครื่องแต่งกายมีส่วนทำให้เกิดสีสันได้มากทีเดียวครับ น้องผู้หญิงจะให้ความสำคัญกับเครื่องแต่งกายได้เป็นอย่างดีเพื่อให้ตนเองสวยงามขึ้น สามารถสร้างความรู้สึกให้เกิดความมั่นใจเมื่อได้อยู่บนเวทีขับร้องเพลง
และเครื่องแต่งกายก็สามารถสร้างเอกลักษณ์ให้โดดเด่นต่อผู้ที่ขับร้องเพลงได้เป็นอย่างดียิ่งทีเดียวครับ
การสร้างเอกลักษณ์ด้วยเครื่องแต่งกายเพื่อให้ผู้ที่พบเห็นจดจำได้ง่าย
และเป็นที่รู้จักตัวของผู้ขับร้องได้อย่างรวดเร็วทำให้เกิดความมีชื่อเสียงขึ้นเป็นที่นิยมชื่นชอบของบุคคลทั่วไป...
(
บุคลิกภาพมีส่วนในการขับร้องเพลงอย่างไรครับ
)
บุคลิกภาพของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันนะครับบางคนสูง
บางคนต่ำ บางคนผอม บางคนอ้วน
บางคนผิวเหลืองขาว บางคนคล้ำแดงดำ
รูปร่างทรวดทรงที่บ่งบอกถึงบุคลิกซึ่งดูแล้วได้สัดส่วนที่ดี ก็หมายถึงมีบุคลิกภาพที่ดีมีความเท่มีเสน่ห์น่าชื่นชมน่าประทับใจในบุคลิกรูปร่างที่ได้สัดส่วนสวยงามซึ่งย่อมเป็นสิ่งที่ดีเป็นอย่างยิ่งนะครับ
แต่การขับร้องเพลงผู้มีบุคลิกที่ดีมีใบหน้าที่สวยงามมีผิวพรรณดีก็ย่อมได้เปรียบดีกว่าผู้อื่นเสมอ สำหรับการขับร้องเพลงให้ได้ไพเราะน่าฟังทุกคนสามารถทำได้ ไม่ว่าจะมีบุคลิกภาพเป็นเช่นไร เพราะหัวใจการขับร้องเพลงอยู่ที่เสียง
และการบังคับใช้เสียงด้วยเทคนิคต่างๆ
ก็ย่อมหมายความว่าบุคลิกภาพเป็นส่วนเสริมสอดแทรกประกอบเติมเต็มให้ครบบริบูรณ์นั่นเองครับ...
(
เล่นดนตรีพร้อมกับร้องเพลง
ยากไหมครับ )
ยากครับ น้องควรเลือกฝึกสิ่งใดสิ่งหนึ่งก่อน เช่น
1
ฝึกเล่นดนตรีให้เกิดความชำนาญก่อนนะครับจะเป็นกีต้าร์ หรือเปียโนก็ได้ ให้น้องเลือกฝึกตามแต่ถนัด พอถนัดแล้วชำนาญแล้วเก่งแล้ว
2 ให้ฝึกร้องเพลงควบคู่กันไปกับการเล่นดนตรี ฝึกให้เกิดความชำนาญเลยนะครับ หากจะเป็นการฝึกฝนด้วยตนเองก็ให้น้องตรวจสอบว่าดีพอที่น้องต้องการหรือไม่ หากยังไม่เป็นที่พอใจ ก็ขอแนะนำให้น้องเข้าคอร์สเรียนดนตรีและเรียนการร้องเพลงควบคู่กันไปอย่างจริงจัง แล้วฝึกฝนทั้งสองอย่างให้มีความสัมพันธ์กันไปจนกว่าจะเกิดความชำนาญเป็นที่พึงพอใจแก่ตัวของน้องเอง
ถึงเวลาพร้อมแล้วหรือยังที่น้องจะแสดงความสามารถเล่นดนตรีและร้องเพลงให้ผู้คนได้ชมได้รับฟัง
น้องต้องใช้เวลาฝึกฝนมากแค่ไหนถึงจะได้เวลาโอกาสนี้มา ยากไหมครับ...
( ร้องเพลงอย่างไรให้คนคล้อยตามค่ะ )
หนูต้องขับร้องให้ผู้ชมให้ผู้รับฟังเกิดความรู้สึกเป็นสิ่งเดียวกัน
เช่นผู้คนจำนวนมากหยุดฟังหนูขับร้องโดยพร้อมเพียงกันพอหนูขับร้องเพลงจบแล้วก็มีเสียงปรบมือให้มาโดยพร้อมเพียงกันอีกด้วย เป็นสิ่งที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง คือผลแห่งความประสบสำเร็จแล้วครับ
หนูต้องขับร้องเพลงให้ไพเราะได้มากแค่ไหนลองนึกภาพดูสิครับว่า ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับหนู...
( ผมขึ้นเวทีทีไรขาสั่นทุกที ควรทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดปัญหานี้ครับ )
ปัญหานี้เกิดขึ้นกับทุกคนครับ คือขาสั่น
หรือเรียกอาการเหล่านี้ว่าตื่นเวทีบวกกับตื่นผู้คนเป็นจำนวนมากครับ ปัญหาเหล่านี้จะหายไปต่อเมื่อมีความคุ้นเคยชินกับเวทีและผู้คนเป็นอย่างดีแล้ว
วิธีแก้ไข
ก่อนทำการแสดงขับร้องเพลงให้น้องซ้อมอยู่บนเวทีสัก 2 – 3 รอบนะครับ
เพื่อให้คุ้นเคยชินกับเวที
พอน้องคุ้นเคยกับเวทีแล้วขาของน้องก็จะไม่ตื่นสั่นให้เกิดอุปสรรคอีกต่อไป
หากน้องจำเป็นต้องขึ้นเวทีโดยที่ไม่มีเวลาให้ฝึกซ้อมร้องเพลงกับเวทีก่อน น้องต้องใช้ความสามารถบังคับตนเองอย่าให้มีอาการตื่นเกิดขึ้น
หากมีก็ให้มีแค่เล็กน้อยแล้วบังคับตนเองให้อยู่ในอาการที่ปกติด้วยความคุ้นเคยกับเวทีให้เร็วที่สุดนะครับ หากน้องขึ้นเวทีแสดงการร้องเพลงบ่อยๆ น้องก็จะเป็นผู้มีประสบการณ์อยู่บนเวทีมากพอที่จะบังคับตนเองให้เป็นปกติโดยปราศจากอาการสั่นใดๆ...
( การใช้ไมโครโฟนร้องเพลงจะใช้มือจับหรือจะใช้ขาตั้งอย่างไหนดีกว่ากันครับ )
ดีทั้งสองอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้มือจับหรือจะใช้ขาตั้งก็ตาม
1
การใช้มือจับไมโครโฟนร้องเพลง
น้องจะเคลื่อนตัวอยู่บนเวทีได้ดี
ไม่ว่าจะออกท่าทางอย่างไรจะเดินร้องเพลงไปทางไหนก็ได้ หรือจะเป็นการเต้นก็สามารถทำได้ดีเช่นกันนะครับ
2
การใช้ขาตั้งไมโครโฟนร้องเพลง
น้องจะเคลื่อนย้ายตัวอยู่บนเวทีไม่ได้
หากจะเคลื่อนย้ายตัวเดินไปทางซ้ายหรือเดินไปทางขวาน้องต้องยกเอาขาตั้งไมโครโฟนไปด้วย
หากเป็นนักดนตรีประเภทกีต้าร์ถ้าจะขับร้องเพลงก็จะใช้ขาตั้งไมโครโฟนวางไว้เฉยๆอยู่กับที่จะไม่เคลื่อนย้ายไปไหนได้ น้องลองเลือกใช้ไมโครโฟนนะครับว่า จะสะดวกใช้อย่างไหนให้เหมาะสมกับตัวของน้องเอง...
( ขับร้องใช้เสียงแตกที่ลำคอพอถึงตอนเสียงสูง เสียงจะหลงทุกทีครับ )
การใช้เสียงแตกที่ลำคอขับร้องเพลง
ต้องใช้พลังขับร้องอย่างมากและใช้เทคนิคการขับร้องแบบคำรามเสียง เนื้อคำร้องจะใช้เมโลดี้
ต่ำ - ปานกลาง –
สูงเล็กน้อย แต่จะไม่สูงมาก หากจะขับร้อง เมโลดี้ที่เป็นเสียงสูง ก็จะใช้เทคนิคการหลบเสียงร้อง หรือจะเป็นการเปลี่ยนสัญญาณเสียง หรืออาจได้ถูกเรียกว่า
การใช้เสียงสำรองที่ได้นำเอามาใช้ให้เกิดขึ้น
ส่วนน้องที่ใช้เสียงแตกที่ลำคอขับร้องด้วยเนื้อคำร้องที่เป็นเสียงสูงแล้วเกิดอาการเสียงหลงขึ้นมานี้ เพราะน้องได้ใช้เสียงสูงเกินพิกัด คือใช้พลังเสียงออกมาอย่างเต็มที่
พอควบคุมเสียงไม่ได้เสียงก็จะสะบัดเกิดอาการหลงออกไปทำให้เกิดเป็นเสียงแปร๋นขึ้นมานะครับ
น้องๆผู้ชายบางคนเข้าใจว่าเสียงที่หลงออกมานี้ต้องแก้ไขด้วยการใช้พลังเสียงเติมใส่ให้เต็ม
จึงได้ออกกำลังกายด้วยการวิดพื้นเพื่อเป็นการกักตุนพลังไว้มากๆ แล้วเริ่มออกเสียงขับร้องใหม่
พอขับร้องทีไรเสียงก็ยังหลงเพี้ยนอยู่ดีวิธีนี้แก้ไขไม่หาย ก็เลยแนะนำน้องไปว่า
ให้ขับร้องโดยการเปลี่ยนสัญญาณเสียงจะดีกว่า หรือใช้เสียงหลบเมโลดี้
คือเสียงที่ขับร้องออกมาจะไม่เต็มเสียงซึ่งจะดูดีกว่าและเสียงก็จะถึงเมโลดี้คำร้องที่เป็นเสียงสูง
แต่น้องๆต้องเปลี่ยนกล่องกำเนิดเสียงด้วยนะครับ
จากการที่ใช้กล่องกำเนิดเสียงที่ลำคอขับร้องให้เปลี่ยนมาใช้กล่องกำเนิดเสียงที่ริมฝีปากออกเสียงขับร้องใช้เสียงหลบเมโลดี้นะครับ...
( ร้องเพลงต่อหน้าคนมากๆทำอย่างไรจะไม่ตื่นเต้นครับ )
บางทีน้องอาจยังไม่คุ้นกับสายตาของผู้คนจำนวนมากๆที่มองมาที่น้อง
จึงทำให้น้องเกิดอาการหวั่นไหวตื่นเต้นขึ้นได้ น้องควรรู้ถึงการแสดงขับร้องเพลงจะมีอยู่ 2 อย่างด้วยกันนะครับ
1 น้องมาทำการแสดงขับร้องเพลงให้ผู้ชมได้รับชมรับฟัง หรือ
2 ผู้คนมาชมการแสดงขับร้องเพลงของน้อง
ต่อไปหากน้องจะขับร้องเพลงต่อหน้าคนเยอะๆ
น้องควรรู้ถึงเหตุด้วยนะครับว่าน้องมาทำการแสดงขับร้องเพลงให้ผู้คนได้ชมได้ดู หรือคนมาดูน้องทำการขับร้องเพลง
พอน้องรู้ถึงเหตุดีแล้วน้องขับร้องเพลงแสดงออกให้เต็มความสามารถเลยนะครับ
สิ่งเหล่านี้จะทำให้น้องหายตื่นเต้นจากผู้ชมคนดูได้ดีทีเดียวครับ ...
( บางครั้งผมร้องเพลงแล้วเกิดอาการหูอื้อ เป็นเพราะอะไรครับ )
ร้องเพลงแล้วเกิดอาการหูอื้อ
เป็นเพราะน้องใช้พลังขับลมออกมามากเกินไปครับ เช่นการขับลมขึ้นมาจากท้องเพื่อนำเอามาใช้ในการขับร้องเพลง
ลมจะเคลื่อนตัวจากท้องขึ้นมายังปอดผ่านลำคอแล้วระบายออกทางช่องปากและจมูก
หากลมมีมากและระบายออกทางปากและทางจมูกไม่ทันลมก็จะออกผ่านทางด้านข้างคือ
ช่องหูข้างใดข้างหนึ่งจึงทำให้เกิดอาการหูอื้อขึ้นได้ครับ ควรหยุดพักการขับร้องเพลงไว้ชั่วคราว และอาการหูอื้อก็จะทุเลาหายไปเองครับ
น้องอาจจะเข้าใจว่าอาการหูอื้อเป็นเพราะช่องหูมีความชื้นจึงทำความสะอาดช่องหูทุกครั้งหลังการอาบน้ำ
เพื่อไม่ให้เกิดอาการหูอื้อขึ้นมาอีกก็เป็นสิ่งที่ดีอีกทางหนึ่งที่น้องป้องกันไว้ก่อนดีมากครับ...
(
หนูขับร้องเพลงพอถึงตอนท้ายประโยคทีไรลมหมดก่อนทุกทีค่ะ )
เมื่อหนูใช้เสียงขับร้องพอถึงท้ายประโยคลมเริ่มจะหมด หนูต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของตนเองด้วยวิธีแขม่วท้องเพื่อนำลมจากภายในท้องขึ้นมาใช้ ก็จะขับร้องใช้ลมได้ครบประโยคนะครับ วิธีนี้จะเรียกว่าการใช้ลมที่สองหรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการใช้ลมก๊อกสอง
แต่สิ่งที่ดีที่สุดหนูควรใช้ลมเดียวขับร้องให้ได้ครบในหนึ่งประโยคเริ่มจากการหายใจเข้าทางปากเพราะการหายใจทางปากจะได้รับออกซิเจนมากกว่าการหายใจทางจมูกนะครับ แล้วออกเสียงขับร้องคำแรกของประโยคหนูอย่าใช้ลมออกมาเยอะ
ให้ใช้พอดีให้พอเหมาะ เพื่อออมลมเก็บไว้ใช้ให้ถึงคำสุดท้ายของประโยคนะครับ
หนูลองฝึกทำดูนะครับขับร้องหนึ่งประโยคแล้วหายใจ
คำแรกอย่าใช้ลมออกมาเยอะให้ออมลมเผื่อไว้ใช้ในคำหลังบ้าง หนูฝึกให้คุ้นฝึกหลายๆรอบนะครับ
หากฉุกเฉินจริงๆลมหมดก่อนครบประโยคให้หนูใช้วิธีการขับลมออกมาจากท้องเพื่อนำมาใช้หรือการใช้ก๊อกสองนั่นเองครับ...
(
พอใช้พลังมากขับร้องเพลง เสียงที่ออกมาจะสั่นแกว่งเป็นเพราะอะไรครับ )
เป็นเพราะน้องไม่ได้ฝึกลมหายใจให้แข็งแรง พอน้องใช้พลังมากออกเสียงขับร้องน้องจะควบคุมเสียงของตนเองไม่ได้ ทำให้เสียงแกว่งซึ่งไม่สวยงามเลยนะครับ น้องลองฝึกลมหายใจดูสิครับ
หายใจเข้าช้าๆให้ออกซิเจนขึ้นสมองเปิดคอเงยใบหน้าขึ้น ให้ออกซิเจนไหลลงผ่านลำคอแล้วเก็บไว้ที่ปอดจนเต็ม แล้วให้ออกซิเจนไหลลงลึกไปที่ท้อง กลั้นหายใจไว้ 3 วินาที แล้วหายใจเข้าทางปากพร้อมแขม่วท้องแล้วเป่าลมออกมาให้เป็นพวยยาว ฝึกทำอย่างนี้สัก 3-4 ครั้ง หรือว่างเมื่อไหร่ก็ฝึกได้ทุกเวลา ฝึกทุกวันจนกว่าลมหายใจจะแข็งแรงดีแล้ว บังคับลมได้นิ่งดีแล้ว
คราวนี้แหละลองใช้พลังออกเสียงขับร้องดูใหม่นะครับ
น้องๆจะสนุกกับการใช้พลังออกเสียงขับร้องมากขึ้นทีเดียวเลยครับ...
( น้องของหนูร้องเพลงทีไรฟังแล้วรู้สึกจืดชืดควรจะบอกน้องอย่างไรดีค่ะ )
การร้องเพลงฟังแล้วรู้สึกถึงความจืดชืด
อาจจะเป็นเพราะการใช้เสียงที่ขาดน้ำหนักขาดการเน้นของเสียง
หรือการใช้สัญญาณเสียงที่มีระดับเดียวกันตั้งแต่ต้นเพลงจนจบเพลง เพราะฉะนั้นการร้องเพลงก็ต้องมีการใช้น้ำหนักเน้นเสียงบ้างผ่อนเบาเสียงลงบ้างและมีจังหวะตกจังหวะยกของเสียงที่ให้ความกระชับของสัดส่วนได้ดีเสียงที่ขับร้องออกมาก็จะฟังแล้วมีสีสันเพิ่มมากขึ้นดูดีขึ้นจากเดิมใช่ไหมครับ และอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ ต้องใช้พลังออกเสียงขับร้องเพลงด้วยนะครับถึงจะดีครบสมบูรณ์ทุกอย่าง
หนูลองบอกให้น้องของหนูให้ฝึกทำตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้ดูสิครับแล้วน้องของหนูจะร้องเพลงได้ดีขึ้นมีสีสันขึ้นฟังแล้วก็จะไม่น่าเบื่ออีกต่อไปครับ...
(
หนูควรเลือกรับประทานอาหารประเภทใดที่ทำให้เสียงดีได้ค่ะ )
หนูควรรับประทานอาหารที่มีรสหวานทำให้เกิดการชุ่มคอ เพราะเสียงจะดีได้ต้องมาจากลำคอที่มีความชุ่มชื้นชุ่มฉ่ำด้วยการหล่อเลี้ยงด้วยน้ำที่มีความสม่ำเสมอนะครับ ควรดูแลอย่าให้น้ำในลำคอแห้งนะครับ
การรับประทานอาหารเพื่อให้เกิดพลังงานที่จะนำมาใช้ในการขับร้องเพลงและและการจิบน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงลำคอให้มีความชุ่มชื่นทำให้เสียงดีได้ หนูควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการคอแห้งและมีน้ำลายเหนียวดังต่อไปนี้นะครับ เช่น
อาหารประเภทยำทุกชนิดที่มีรสเปรียวจัดและเผ็ดจัด ลูกชิ้นย่างที่มีน้ำจิ้มรสเปรี้ยวจัด และเผ็ดจัด เครื่องดื่มที่ทำให้เกิดน้ำลายเหนียว เช่นน้ำอัดลมทุกชนิดหรือนม เครื่องดื่มที่มีรสฝาด เช่นน้ำชา
กาแฟ นมเปรี้ยว
อาหารขบเคี้ยวอบเค็มต่างๆที่ทำให้เกิดอาการคอแห้งได้แก่ มันฝรั่งทอด
ถั่วทอด หนูควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้นะครับ และเสียงของหนูก็จะดีได้ขึ้นเองแต่ไม่ได้หมายความว่าห้ามหนูรับประทานอาหารเหล่านี้โดยเด็ดขาดนะครับ...
( นักร้องนักดนตรีเวลาร้องเพลงทำไมต้องดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ )
การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะช่วยให้เลือดลมสูบฉีดขึ้นมีพละกำลังขึ้นตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้นแต่ต้องอยู่ในปริมาณที่พอดีกับร่างกายนะครับจึงจะเป็นผลดี
หากดื่มมากเกินไปอาจทำให้สติของเราควบคุมร่างกายไม่อยู่ก็จะไม่เป็นผลดีเลยนะครับ
และทำไมต้องดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ขณะร้องเพลงด้วย ก็เพราะว่าการร้องเพลงจำเป็นต้องใช้พลังมากและการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เข้าไปด้วยแล้วก็เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดพลังที่จะนำมาใช้ในการร้องเพลง
ซึ่งถือว่าเป็นการใช้พลังได้ดีแต่อย่าดื่มให้มากเกินไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเหล้าเบียร์ไวท์หากเป็นการดื่มฉลองเพื่อสิ่งใดก็ตามก็ย่อมมีเสียงเพลงหรือการร้องรำทำเพลงเกิดขึ้นคู่กันทุกครั้ง...
( การออกแบบเสียงร้องเป็นอย่างไรค่ะ )
การออกแบบเสียงร้องก็คือการเลือกใช้เทคนิคในการขับร้อง เช่น
1 หนูออกแบบใช้เสียงร้องโดยการสะบัดเสียง ก็คือการเลือกใช้เทคนิคในการสะบัดเสียงร้องนั่นเองครับ
2 หนูออกแบบการใช้เสียงร้องโดยการให้เสียงแตกที่ลำคอ ก็คือการเลือกใช้เทคนิคในการคำรามเสียงร้องนั่นเองครับ
3
หนูออกแบบการใช้เสียงร้องโดยการให้เสียงออกมาทางจมูกมากกว่าทางปากนั่นเองครับ
การออกแบบเสียงร้องหรือการเลือกใช้เทคนิคในการขับร้อง ให้หนูลองสังเกต
ดูนะครับว่า ในหนึ่งบทเพลงจะมีการออกเสียงขับร้องใช้เทคนิคต่างๆผสมรวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก
เช่นในหนึ่งประโยคจะมีการใช้เสียงที่มีลมมากกว่าเนื้อเสียง
หรือคำบางคำใช้การสะอื้นเสียงให้เกิดความน่าสงสารรู้สึกเป็นสิ่งที่เจ็บปวด
การออกแบบเสียงร้องหรือการใช้เทคนิคในการออกเสียงขับร้องหากสังเกตให้ดีและสรุปความหมายให้เข้าใจได้ง่ายก็คือการออกเสียงขับร้องตีบทให้แตกนั่นเองครับ...
( จะรู้ได้อย่างไรค่ะว่าเสียงร้องของหนูจะเหมาะกับเนื้อคำร้องใด )
ก่อนอื่นหนูควรรู้ว่าเสียงของหนูอยู่ในกลุ่มใด ตัวอย่างเช่นเสียงของหนูมีความใสคมชัดเนื้อเสียงมีความบางและเล็ก
ให้หนูเปรียบเทียบกับศิลปินที่มีชื่อเสียงนะครับว่าศิลปินคนใดซึ่งมีลักษณะเสียงที่คล้ายกันกับหนูบ้างไหม หากถ้าคล้ายก็แสดงว่าเสียงของหนูอยู่ในกลุ่มแบบนี้
ให้หนูนำบทเพลงของศิลปินคนนั้นนำมาขับร้องได้เลยนะครับ หากหนูอยู่ในระหว่างการมีผลงานของตนเองโดยแบ่งแยกเป็น 3 ประเภทดังนี้
1
มีคนแต่งเพลงให้หนูขับร้อง
ผู้แต่งจะมีข้อมูลของหนูอย่างเสร็จสรรพ เช่นเสียงของหนูมีลักษณะเป็นอย่างไร แนว
เพลงของหนูเป็นแนวใด
เสียงของหนูสูงแค่ไหนและมีน้ำหนักอยู่ในระดับใด รวมถึงบุคลิกภาพและนิสัยส่วนตัว
บทเพลงที่ได้ก็จะแต่งออกมาให้คล้ายคลึงกับภาพโดยรวมของหนูโดยที่หนูไม่ต้องกังวลใจใดๆเลยว่าเนื้อคำร้องนี้เพลงนี้จะเหมาะสมกับหนูหรือไม่
เพียงให้หนูขับร้องทำหน้าที่ให้เต็มความสามารถของหนูนะครับ
2
หนูหาซื้อบทเพลงนำมาขับร้อง
หนูต้องเรื่องมากกับการเลือกซื้อบทเพลงที่จะนำมาขับร้อง
คือเป็นการซุ่มซื้อหาบทเพลงดีๆที่เราชอบให้ตรงกับใจเราที่จะนำมาขับร้อง หากเพลงใดไม่เหมาะสมหนูก็อย่าซื้อมานะครับ
หนูรู้สึกได้เองว่าบทเพลงใดมีเนื้อคำร้องที่เหมาะสมกับหนูให้หนูซื้อบทเพลงนั้นมา หนูควรระวังเรื่องการกล่าวขอให้ผู้อื่นแต่งเพลงให้หนูร้อง
หรือจะเป็นการกล่าวขอให้ผู้อื่นแต่งเพลงให้หนูเลือก
หรือจะเป็นการกล่าวถามว่ามีเพลงที่แต่งเก็บไว้มากพอให้หนูได้เลือกซื้อบ้างไหม
หนูควรกล่าวให้ชัดเจนนะครับจะเลือกกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งให้หนูเลือกใช้เอาเองนะ เพราะเพลงแต่ละเพลงที่แต่งขึ้นมาได้ นั้นย่อมมีค่าต่อความรู้สึกทางจิตใจและสติปัญญา
ซึ่งเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อนหากบทเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่กลับถูกปฏิเสธไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม นั่นก็ย่อมหมายความว่าหนูกำลังจะดูถูกสติปัญญาอันเป็นทรัพย์สินของผู้แต่งโดยที่หนูนั้นไม่รู้ตัวเลยนะครับ
3
หนูแต่งเพลงขับร้องเอง
เป็นสิ่งสมควรยิ่งในสิ่งที่หนูต้องการได้ เช่นการเลือกแนวเพลงการเลือกใช้เมโลดี้คำร้องการเลือกที่จะแต่งเนื้อหา และหนูก็จะรู้เองได้ว่าเสียงของหนูจะเหมาะสมกับ เมโลดี้คำร้องอย่างไหนและเหมาะกับเนื้อคำร้องประเภทใดหนูจะจัดแต่งเลือกใช้ได้เองตามความต้องการนะครับ
หากหนูแต่งเพลงขึ้นมาเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่เป็นที่พอใจหนูจะปฏิเสธคัดทิ้งแล้วแต่งขึ้นมาใหม่หมดก็ได้ หรือจะแก้ไขเลือกเฉพาะบางท่อนที่บกพร่อง หรือจะแก้ไขเฉพาะวรรคที่บกพร่องก็ตามแต่ หากหนูแต่งเพลงเสร็จสมบูรณ์ดีแล้วหนูจะมีความภาคภูมิใจเกิดขึ้นภายในตัวของหนูเองเป็นสิ่งที่น่ายินดีครับ...
( เพื่อนที่วงดนตรีชอบให้หนูร้องเพลงที่หนูไม่ค่อยชอบ )
การรวมตัวตั้งกลุ่มขึ้นมาเป็นวงดนตรีแล้วทำงานกันเป็นทีมย่อมมีการเสนอความคิดเห็นเป็น 2 อย่างดังนี้
1 เสนอความคิดเห็นให้ต่อตนเอง
2 เสนอความคิดเห็นให้ต่อส่วนรวม
การเสนอความคิดเห็นให้ต่อตนเองก็คือ เพื่อนในวงดนตรีนำเสนอให้หนูไปฝึกขับร้องเพลงเพื่อที่จะนำมาเล่น
แต่เป็นสิ่งที่หนูไม่ชอบจึงไม่อยากทำจนทำให้หนูรู้สึกต่อต้านขึ้นมาหนูคงอึดอัดใจใช่ไหมครับ
หนูลองมองย้อนไปดูเพื่อนนักดนตรีของหนูสิว่าตอนที่หนูเสนอให้เพื่อนไปแกะเพลงที่หนูชอบร้องเขามีความรู้สึกเช่นเดียวกันกับหนูบ้างไหม บางทีหนูควรเปิดใจบ้างเปิดให้มากได้ยิ่งดี
หนูจะได้รับได้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่งของความรู้สึก ให้หนูลองฝึกตรงนี้ฝึกให้คุ้นเคยกับมัน หากวันหนึ่งหนูได้ร้องเพลงในห้องอาหาร หนูก็จะรับความคิดเห็นของผู้ฟังได้ดีคือ ผู้ฟังขอเพลงที่หนูไม่ชอบร้อง
แต่หนูก็สามารถขับร้องให้เขาฟังได้และควรทำหน้าที่ขับร้องให้เต็มความสามารถด้วยนะครับ
สิ่งนี้แหละคือเป็นผลดีกับตัวของหนูเองจะประสบความสำเร็จในอีกด้านหนึ่งของความรู้สึกอย่างน่าอัศจรรย์ใจน่ายินดีใช่ไหมครับ หากต่อไปภายหน้ามีคนแต่งเพลงให้หนูขับร้อง
หนูก็ย่อมทำได้ดีต่อทุกมุมมองของความรู้สึกในตนเอง หนูจะได้รับความสำเร็จไร้ซึ่งอุปสรรคมาขวางกั้นให้อึดอัดใจเพราะหนูจะเป็นคนเก่งด้วยใจที่เปิดออก...
(
เพื่อนหนูชอบต่อว่าด้วยคำพูดแรงๆในการร้องเพลงที่บกพร่องของหนูแต่ก็ไม่ช่วยหาทางออกให้หนูได้เลย ท้อค่ะ )
การพูดตำหนิต่อว่าด้วยคำพูดแรงๆอาจทำให้ความรู้สึกของหนูขุ่นเคืองขึ้นมาได้จนทำให้เกิดอาการท้อ
และท้อเพราะเหตูอันใดลองมาดูสิว่า
หนูท้อเพราะเพื่อนของหนูทำให้เกิดอุปสรรค
หรือหนูท้อเรื่องการร้องเพลงของตนเอง
จึงขอบอกกับหนูนะครับว่าหนูท้อเพราะเพื่อนและเหตุการณ์ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับหนูเพียงคนเดียวยังเกิดขึ้นกับคนอีกหลายคนเช่นกัน
คือท้อเพราะคนที่ตำหนิต่อว่าด้วยคำพูดแรงๆแล้วพอเวลาผ่านไปสัก 2 สัปดาห์
ความรู้สึกขุ่นเคืองในอาการเหล่านี้ก็จะหายไปและหนูก็จะกลับมาร้องเพลงได้ใหม่เริ่มต้นกันใหม่นะ มาดูสิว่าหนูขับร้องเป็นอย่างไรบ้างตรงสัดส่วนได้ดีไหมและสวนเข้าจังหวะได้ดีไหมผิดเพี้ยนตรงไหนบ้างให้
หนูค่อยๆแก้ไข
ฝึกซ้อมบ่อยๆ แก้ไขทีละจุด ทีละประโยค ทีละท่อนเดี๋ยวก็สมบูรณ์เองครับ
คำร้องคำใดที่ขับร้องยากให้หนูเทียบกับโน้ตของดนตรี
ตัวอย่างเช่นขับร้อง คำว่า
มาก ซึ่งเป็นโน้ตตัว ขาว ในตำแหน่งเสียง
โด
ตำแหน่งเสียง
โด ของเครื่องดนตรีจะให้เสียงออกมาเป็นคำว่า
หมาก หากหนูขับร้องเป็นคำว่า มาก
คือเพี้ยนทันทีครับ
หนูลองฝึกฟังเสียงแล้วฝึกปฏิบัติออกเสียงขับร้องด้วยตนเองก็ได้นะครับ ค่อยๆทำ ทำบ่อยๆอย่ารีบร้อนเดี๋ยวก็เก่งขึ้นได้เองครับรับลองได้ผลมากอย่างน่ายินดีครับ...
( การหาประสบการณ์ในการร้องเพลงมีทางลัดบ้างไหมค่ะที่จะประสบความสำเร็จด้วยเวลาอันรวดเร็ว )
มีครับแต่หนูควรมีพื้นฐานในตัวเองบ้าง
เพียงมีผู้แนะนำเคล็ดลับวิชาให้หนูทำความเข้าใจแล้วปรับแต่งฝึกประยุกต์ใช้ขับร้องให้ได้ดีแก่ตนเอง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการเขย่งก้าวกระโดดโดยใช้เวลาอันรวดเร็ว หรือใช้ทางลัดให้ประสบความสำเร็จด้วยเวลาอันสั้นแต่ยังมีองค์ประกอบอื่น
ประสบการณ์อื่นที่เข้ามาสอดแทรกเกี่ยวกับการขับร้อง เช่น
ประสบการณ์ทางเวทีการขับร้องได้หลากหลายพื้นที่
ประสบการณ์การพูดคุยกับผู้ฟังการจูงใจการชักจูง
ประสบการณ์การพบปะผู้คนหรือการพูดคุยกับแฟนคลับเป็นการส่วนตัว
ประสบการณ์การมีผลงานในการขับร้องเป็นของตัวเอง
ไปจนถึงความสำเร็จสูงสุดที่ครอบคลุมทุกประสบการณ์ที่หาพึงรู้ไหมว่าเหตุการณ์เหล่านี้
ประสบการณ์เหล่านี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นกับหนู
แต่หนูพอสามารถพอเข้าใจกับระบบเหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ได้ เพียงแต่หนูเข้มแข็งและกล้าหาญพอที่จะฝ่าฟันไปให้ถึงและสิ่งนี้คือชัยชนะความสำเร็จของหนู
แต่ถ้าหนูไม่มีพื้นฐานกับตัวเองเลยหนูก็ไม่สามารถใช้เทคนิคนี้ได้ เพราะการเขย่งก้าวกระโดดหนูต้องใช้ความเข้มแข็งหรือความทะเยอทะยานที่บ้าดีเดือดกันสุดๆเลยนะครับ...
( ที่บ้านมีคนอยู่กันมากแต่อยากซ้อมร้องเพลงและไม่มีพื้นที่ให้ใช้เสียง
ควรทำอย่างไรดีครับ )
การฝึกซ้อมร้องเพลงย่อมเป็นสิ่งที่จะต้องใช้เสียงให้ได้เต็มที่และอยู่ในสถานที่ ที่เหมาะสมจึงจะดีและอย่าให้เสียงการขับร้องของเราได้ไปรบกวนคนรอบๆข้าง และเห็นด้วยกับน้องที่ยังมีความเกรงใจมีมารยาทในสิ่งนี้อยู่ หากเวลาใดที่น้องมีความรู้สึกที่อยากจะร้องเพลงน้องก็ร้องออกมาได้เลย ไม่ว่าจะมีคนอยู่รอบๆข้าง
เช่นในบ้านหรือที่ทำงานหรือบนรถเมล์หรือในห้องเรียนก็ตาม เพียงให้น้องใช้วิธีการขับร้องในใจ หรือขับร้องคลอเสียงฮึมฮำให้ได้ยินเพียงเบาๆอยู่คนเดียวก็เพียงพอแล้วครับ การขับร้องโดยวิธีนี้จะเป็นการฝึกให้รู้ถึงลักษณะการออกเสียงในใจซึ่งมีความเหมือนกันกับการออกเสียงให้ได้ยินมีผลเท่ากันครับ สะดวกกว่าประหยัดเสียงกว่าง่ายกว่าลองฝึกกันดูสิครับไม่ยากหรอกครับ...
( เคยดูการประกวดร้องเพลงนักร้องต้องร้องเพลงได้หลายประเภทจำเป็นด้วยหรือครับ )
ไม่เสมอไปครับจะเป็นเฉพาะบางเวทีที่ตั้งกฏเกณฑ์ขึ้นมาว่า นักร้องต้องขับร้อง
เปลี่ยนแนวเพลงไปแต่ละรอบ
หากน้องรู้ข้อมูลในการประกวดร้องเพลงน้องก็จะมีความเตรียมพร้อมเลือกเพลงฝึกซ้อมไว้เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น
1
น้องได้ขับร้องแนวเพลงร็อค
ลักษณะการใช้เสียงก็จะเน้นที่การใช้พลังเสียงที่มีน้ำหนักมากจนทำให้เสียงแตกกันเลยนะครับ
2
น้องได้ขับร้องแนวเพลงป็อป
ลักษณะการใช้เสียงก็จะเน้นถึงเสียงที่ให้ความอบอุ่นนุ่มนวลระดับของน้ำหนักเสียงก็จะไม่หนักมากนะครับ
3
น้องได้ขับร้องแนวเพลงลูกทุ่ง
ลักษณะการใช้เสียงก็จะเน้นสำเนียงของความเป็นท้องถิ่นความเป็นพื้นบ้านและการเอื้อนผันเสียงให้มากจนเกิดเป็นเสียงจริตเลยนะครับ
4
น้องได้ขับร้องแนวเพลงสากล
ลักษณะการใช้เสียงก็จะเน้นที่สำเนียงในความเหน่อกับการใช้พลังเสียงที่ค่อนข้างจะมีน้ำหนักมากนะครับ
หากน้องได้ขับร้องได้หลากหลายแนวเพลงก็จะเป็นผลดีกับตัวของน้องเองนะครับ
เพราะว่าหากน้องเจอโจทย์แนวเพลงใดน้องก็จะปรับตัวเลือกแนวเพลงนั้นมาขับร้องได้ดี หากน้องที่ยังขับร้องได้ไม่หลากหลายและเจอกับโจทย์แนวเพลงที่ไม่ถนัดก็จะเป็นการปรับตัวฝึกซ้อมยากพอสมควรและใช้เวลานานอีกด้วยนะครับ...
( บางวันร้องเพลงได้ดีและสนุกมาก แต่บางก็ขับร้องเพลงได้ไม่เอาไหนจริงๆเป็นเพราะอะไรค่ะ )
เป็นเพราะหนูฝืนความรู้สึกของตนเอง หนูควรที่จะพักผ่อนร่างกายให้มากๆเพราะร่างกาย อารมณ์
ความรู้สึกของหนูยังไม่พร้อมที่จะออกเสียงขับร้องหรือยังไม่เกิดมีความตื่นตัวมากระตุ้นหนูก็เลยไม่ค่อยสนุกด้วย ผลงานก็ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่
ต้องขอบอกกับหนูว่าการขับร้องเพลงของหนูนี้จะเป็นการขับร้องแบบในเชิงเล่นสนุกสนานไปตามอารมณ์ หากหนูขับร้องในรูปแบบของการทำงาน
หนูจะมีเหตุผลมากขึ้นมีความรับผิดชอบมากขึ้นผลงานก็จะออกมาดีขึ้นตามลำดับความสามารถของหนู
กับอีกหลายคนที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกันกับหนูเพียงแยกให้รู้ว่า แบบไหนเป็นการร้องเล่นหรือแบบไหนเป็นการร้องเพื่อทำงานครับ
พอแยกออกได้แล้วหนูก็จะรู้สึกสนุกกับสิ่งที่หนูทำอย่างมีความสุขครับ...
( เคยสังเกตตัวเองว่า
ตอนขับร้องใช้เสียงสูงจะตะเบ็งเสียงเพื่อให้เสียงถึงเมโลดี้คำร้องบางทีไม่ค่อยน่าฟังสักเท่าไหร่ช่วยแนะนำให้หน่อยครับ )
การออกเสียงขับร้องคำที่เป็นเสียงสูง
ส่วนใหญ่จะนิยมใช้เสียงด้วยพลังที่ขับออกมาจากท้อง
ลักษณะเสียงจะเป็นเส้นเป็นแท่งมีน้ำหนักของการบีบอัดตัวซึ่งให้มิติที่สวยงามมากกว่าการออกเสียงขับร้องที่ใช้การตะเบ็งเสียง เสียงที่เกิดจากการตะเบ็งจะขับเสียงด้วยพลังจากลำคอ ลักษณะเสียงจะแข็งหยาบกระด้างฟุ้งกระจายกว้างออกไร้ซึ่งการควบคุมและไม่สวยงามเท่าที่ควรนะครับ เพราะฉะนั้นน้องต้องควรฝึกการใช้เสียงด้วยพลังที่ขับออกมาจากท้องให้เกิดความชำนาญกันเลยนะครับ
หากน้องเจอคำร้องที่เป็นเสียงสูงน้องก็จะขับร้องใช้เสียงด้วยพลังที่ขับออกมาจากท้องได้ดีให้เกิดความสวยงามของเสียงที่น่าฟังนะครับ...
( หนูเคยเห็นศิลปินเพลงร็อคในทีวีชอบเงยใบหน้าร้องเพลง
ตั้งขาไมโครโฟนให้ต่ำลง และศิลปินลูกทุ่งชอบสั่นใบหน้าซ้ายทีขวาทีเป็นเพราะอะไรค่ะ )
การตั้งไมโครโฟนให้ต่ำอยู่ในระดับหน้าอกพอเวลาจะขับร้องก็ต้องย่อตัวให้ต่ำลง
ซึ่งเป็นการออกแบบท่าทางการขับร้องให้เกิดเป็นเอกลักษณ์แก่ตัวศิลปินเอง
ส่วนการเงยใบหน้าขับร้องเพลงจะใช้คำเรียกว่า การเปิดคอขับร้องเพลง
ส่วนการปิดคอก็จะเก็บใบหน้าให้ตั้งตรงเป็นปกติ
การขับร้องเพลงร็อคโดยส่วนมากจะใช้พลังขับออกมาจากท้อง พลังที่ขับออกมาจากท้องก็คือลมเพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนของลมก็จะขับเคลื่อนตัวผ่านปอดผ่านลำคอจึงจำเป็นต้องเงยใบหน้าเพื่อเปิดคอให้ลมขับเคลื่อนระบายออกมาทางปากได้อย่างคล่องตัว ถ้าหากไม่เปิดคอพลังของลมที่ออกมาจำนวนมากๆจะกระทบที่เพดานปากด้านบนจนแตกกระจายออกเป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกไม่คล่องตัวแก่ผู้ขับร้องเองนะครับ
ส่วนศิลปินลูกทุ่งที่สั่นใบหน้าขณะร้องเพลงนั้นก็เป็นเพราะว่าเขากำลังใช้ลูกคอให้เกิดเสียงของการสั่นสะเทือนเป็นความสวยงามให้สีสันด้วยเทคนิคอย่างหนึ่งนะครับ...
( หนูชอบร้องเพลงแต่คุณพ่อคูณแม่ของหนูไม่ได้สนับสนุนแต่ก็ไม่ได้ห้าม หนูควรทำอย่างไรดีค่ะ )
ทำในสิ่งที่หนูชอบหนูก็ทำในสิ่งนั้นนะครับ
ตัวอย่างเช่นหนูชอบร้องเพลงและการร้องเพลงก็จัดให้เป็นกิจกรรมประเภทหนึ่งที่หนูต้องจัดแบ่งเวลาให้ได้ฝึกซ้อมให้ได้ฝึกได้เล่นสนุกกับสิ่งที่หนูชอบ ให้เป็นเวลาว่างเป็นเวลาของการพักผ่อนหรือเป็นเวลาของงานอดิเรก
และอย่าให้งานกิจกรรมบังเทิงหรือสันทนาการต่างๆเหล่านี้มากระทบความรับผิดชอบหลักในหน้าที่การเรียนการศึกษาของหนู
มิฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ของหนูที่ไม่ได้ห้ามก็จะทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นการกล่าวติเตือนหนูจากเบาไปจนถึงหนักกันเลยนะครับ...
( ทำไมเสียงปรบมือจึงมีอิทธิพลต่อนักร้องค่ะ )
เสียงปรบมือที่ดังฟุ้งกระจายออกจากผู้ให้
ซึ่งมีกลิ่นอายเป็นเหมือนดั่งเสียงสรรเสริญเยินยอหากผู้ใดได้รับก็ย่อมยินดีมีความสุขด้วยรอยยิ้มและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นด้วยความฮึกเหิมอยู่ภายในใจได้อย่างดีทีเดียวครับ
ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มากและไม่มีผู้ใดที่จะปฏิเสธกับสิ่งเหล่านี้รวมทั้งตัวหนูด้วยใช่ไหมครับ..
( ขณะที่เราร้องเพลงแล้วมีคนยื่นสิ่งของมาให้ควรรับดีไหมครับ
)
รับได้เลยครับ
เป็นสิ่งที่น่ายินดีทั้งผู้ให้และผู้รับไม่ว่าสิ่งของนั้นจะเป็นอะไรก็ตามน้องควรรับไว้ด้วยมารยาทอันดีนะครับ
เพราะผู้ที่ให้สิ่งของนี้ก็คือแฟนคลับของน้องเองและอย่าทำให้ผู้ให้เหล่านี้ต้องผิดหวังจากน้องเองนะครับ เพราะผู้ให้เหล่านี้ก็คือผู้ที่มีส่วนทำให้น้องประสบความสำเร็จได้ อย่าลืมข้อนี้นะครับ...
( หนูเห็นศิลปินร้องเพลงแล้วเต้นไปด้วยเสียงของเขานิ่งมากไม่รู้สึกว่าเหนื่อยเลย
แต่หนูร้องเพลงแล้วเต้นไปด้วยทำไมเสียงของหนูทั้งสั่นทั้งเหนื่อยค่ะ )
อวัยวะของร่างกายซึ่งถูกเคลื่อนไหวในลักษณะของการออกกำลังกายในรูปแบบของการเต้น พลังงานในร่างกายจะถูกเผาผลาญระบายออกในระบบทางเดินหายใจและทางผิวหนังจนทำให้เกิดอาการเหนื่อยหอบ
หากใช้เสียงขับร้องเพลงด้วยแล้วเสียงที่ขับร้องออกมาก็จะมีอาการของการเหนื่อยทำให้เสียงสั่นหอบได้ ซึ่งเป็นธรรมชาติของเสียงที่มีการเต้นออกกำลังกายและร้องเพลงไปพร้อมกัน
ส่วนศิลปินที่เต้นด้วยแล้วร้องเพลงด้วยเสียงที่ขับร้องออกมาใสนิ่งคมชัดและ
ไม่มีอาการของการเหนื่อยสั่นหอบแต่อย่างใดเป็นเพราะการแสดงที่เกิดจากการลิปซิงค์เสียงที่ฟังแล้วจะรู้สึกถึงความแตกต่างจากความเป็นจริง หากมองในด้านการแสดงถ้าลิปซิงค์หมือนจริงมากเท่าใดความประสบผลสำเร็จก็จะเกิดขึ้นได้มากเช่นกันครับ หนูคงหายสงสัยแล้วนะครับ...
( เวลานักร้องก่อนขึ้นเวทีทำไมต้องยกมือไหว้เวทีด้วยครับ )
การยกมือไหว้ก่อนขึ้นเวทีนั้นเป็นสิ่งที่เคารพต่อครูบาอาจารย์เพื่อให้ทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกี่ยวกับการแสดงบนเวทีได้ราบรื่นประสบความสำเร็จอย่างไม่ติดขัดใดๆ หรือไม่ให้เกิดอุปสรรคปัญหาใดๆเข้ามารบกวนขณะเมื่อทำการแสดง
ถือเป็นสิ่งความเชื่อเฉพาะบุคคลน้องควรพิจารณาได้เองนะครับ...
( เพื่อนบอกว่าร้องเพลงต้องใส่อารมณ์ด้วย หากร้อง 10 เพลงต้องเปลี่ยนอารมณ์ไปตามนั้นจะมีผลต่อตัวเราจะเป็นบ้าไหมค่ะ )
การใส่อารมณ์ในการขับร้องเพลงจะสื่อออกมาทางเสียงที่ขับร้องให้ผู้ฟังได้รู้สึกถึงเหตุของอารมณ์นั้นพร้อมกับอารมณ์ที่สื่อออกมาทางใบหน้าและดวงตาอย่างพร้อมกัน
เพียงแค่นี้ได้ถือว่าเป็นการใส่อารมณ์ในการขับร้องได้สมบูรณ์แล้วครับ และจะไม่มีผลกระทบต่อตัวเราให้เป็นบ้าแต่อย่างใดนอกเหนือจากการสร้างพฤติกรรมด้วยรูปลักษณะภาพให้เกินจริงจากบุคคลทั่วไป เช่นชุดแต่งกาย
ทรงผมและการตกแต่งใบหน้าที่ดูแปลกตาอาจจะถูกกล่าวไว้ในความเป็นบ้าได้
ส่วนมากจะเป็นเฉพาะในกลุ่มบุคคลที่เป็นศิลปินจะใช้ความบ้าความพิเศษเหล่านี้เป็นจุดขายให้กับตนเองอีกวิธีหนึ่ง
การสร้างผลงานการบันเทิงให้เลือกรับบริโภคที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับจิตใจให้ได้อย่างมีความสุขก็ย่อมหวังว่าความบ้าอย่างสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นกับหนูด้วยนะครับ...
( ผมเห็นผู้ใหญ่บางคนร้องเพลงแค่ขยับปากเพียงเล็กน้อยก็ร้องเพลงได้ไพเราะเป็นอะไรครับ )
เป็นเพราะการควบคุมบังคับใช้ลมได้อย่างชำนาญจึงไม่จำเป็นต้องขยับปากให้กว้างมาก
แค่เพียงให้น้องฝึกออกเสียงให้ชัดด้วยการขยับปากให้ดูพอสวยงามโดยประมาณไม่กว้างมากแค่นั้นเอง ใช้ลมจากท้องขับขึ้นมาและควบคุมบังคับระบายลมออกเสียงขับร้อง ด้วยความเร็ว
ถึง ช้าของเสียง
ออกเสียงขับร้อง
ด้วยความมีน้ำหนักมาก ถึง
เบาของเสียง
ออกเสียงขับร้อง
ด้วยความดัง ถึง
ค่อยของเสียง
และเทคนิคการออกเสียงต่างๆที่น้องจะสอดแทรกเข้ามา
ฝึกควบคุมบังคับใช้เสียงด้วยการขยับปากให้สวยงาม ฝึกหลายๆรอบหลายๆครั้งให้เกิดความชำนาญและความไพเราะของเสียงก็จะเกิดขึ้นอยู่กับตังของน้องเอง...
( น้องของผมอายุ 12
ขวบเป็นผู้ชายแต่สมาธิสั้นจะร้องเพลงได้ไหมครับ )
ความสามารถของเด็กที่สมาธิสั้นสามารถร้องเพลงได้ครับ การร้องเพลงของเด็กคือความที่ชอบตั้งใจซึ่งอยากจะทำพอชอบทำสิ่งใดแล้วก็จะทำได้นานขึ้นมีสมาธิมากขึ้นและทำจนได้ดีทำจนสำเร็จได้ครับ เด็กจะมีพัฒนาการเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติอยู่ในตัว
ไม่ว่าเด็กจะมีสมาธิสั้นหรือจิตใจที่ไม่สงบมีพฤติกรรมที่ให้ความซุกซนก็จะได้รับความฝึกอดทนเกิดขึ้นภายในตัวของเด็กเองโดยที่เด็กจะไม่รู้ตัวในสิ่งที่เด็กชอบทำ โดยธรรมชาติของเด็กจะฝึกตัวตนของเด็กเอง ตัวอย่างเช่น
เด็กชอบที่จะเล่นก็จะเล่นได้นาน
เด็กชอบที่จะร้องเพลงก็จะร้องเพลงได้นานเช่นกันครับ
เพราะเป็นการเรียนรู้ในรูปแบบของความบันเทิงที่เด็กส่วนมากได้ให้ความนิยมเป็นพิเศษ...
( ผู้หญิง ผู้ชาย ขับร้องเพลงด้วยกัน เพลงเดียวกัน บางครั้งเสียงของผู้ชายสูงมาก เสียงของผู้หญิงก็จะต่ำมาก หรือเสียงของผู้หญิงจะสูงมาก และเสียงของผู้ชายก็จะต่ำมาก
จะแก้ไขอย่างไรถึงจะร้องเพลงใช้เสียงให้กลมกลืนอย่างน่าฟังค่ะ )
การขับร้องเพลงให้กลมกลืนเข้าด้วยกันระหว่างเสียงของผู้หญิงและเสียงของผู้ชายนั้นให้ขับร้องใช้คีย์ E นะครับ
ให้ยึดเสียงร้องของผู้หญิงคงมาตรฐานไว้ที่คีย์ E ต่ำไปกว่านี้เป็นคีย์ D ไม่ได้นะครับเสียงจะไม่กลมกลืนกัน หากปรับให้สูงขึ้นเป็น F ได้ครับเสียงก็จะสูงขึ้นและใสขึ้น
แต่ความเป็นธรรมชาติเสียงจะเข้ากลมกลืนทั้งเสียงของผู้หญิงและเสียงของผู้ชายอยู่ที่คีย์ E นะครับ
น้องผู้หญิงและน้องผู้ชายหากจะขับร้องเพลงเข้าด้วยกันแล้วให้ปรับลดคีย์คงไว้ที่คีย์
E นะครับ
ลองปรับฝึกดูนะครับผลงานก็จะออกมาดีน่ารับฟังที่เดียวครับ...
( ทำไมการร้องเพลงมีตำหนิมีความบกพร่องมากจังครับ สงสัย )
ใช่ครับการร้องเพลงมีตำหนิมีข้อบกพร่องมาก
อยู่ที่ว่าใครจะเห็นข้อบกพร่องในรูปลักษณะใดก็ตามแล้วนำมาเป็นประเด็นพูดคุยกันตกลงกันแก้ไขให้ดีขึ้นปรับปรุงให้สวยงามขึ้น น้องควรเข้าใจเรื่องตรงนี้ด้วยนะครับว่าการร้องเพลงไม่มีผู้ใดขับร้องได้สวยงามครบสมบูรณ์ได้ดีทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพไปจนถึงนักร้องฝึกหัด เป็นผู้หญิงหรือจะเป็นผู้ชายย่อมมีข้อบกพร่องมีตำหนิให้เห็นด้วยกันทั้งนั้นนะครับ
เมื่อน้องรู้แล้วหายสงสัยแล้วก็ให้ควรลืมมันเสียอย่าเอามาเป็นกังวล ให้น้องตั้งใจขับร้องให้สวยงามให้เกิดความไพเราะที่น่าฟังอย่างนี้จะดีกว่านะครับ...
( ร้องเพลงในห้องบันทึกเสียงยากไหมค่ะ )
โดยทั่วไปแล้วการร้องเพลงในห้องบันทึกเสียงนั้นมีความยากมากพอสมควร เพราะเป็นการร้องที่มีรายละเอียดเยอะมาก การร้องเพลงในห้องบันทึกเสียงจะมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้คือ
1
ร้องเพลงเพื่อในหน้าที่การงาน
2
ร้องเพลงเพื่อเรียนรู้ได้ประสบการณ์
หากร้องเพลงเพื่อในหน้าที่การงานความยากในการขับร้องก็จะลดลงและความอดทนในการขับร้องก็จะเพิ่มขึ้นได้อย่างสูงมาก
สุขภาพร่างกายก็จะถูกเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี
การขับร้องก็ได้ถูกฝึกซ้อมมากันหลายๆรอบจนเกิดความชำนาญความเชี่ยวชาญด้วยเทคนิคการออกเสียงต่างๆซึ่งจะถูกนำมาใช้ให้ได้ดี ในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆต่างๆก็สามารถกระทำในสิ่งที่โปรดิวเซอร์
กำหนดไว้ได้เป็นอย่างดีเช่นกันนะครับ หากร้องเพลงเพื่อเรียนรู้หาประสบการณ์
บางครั้งหนูอาจจะไม่ได้มีการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าพอถึงเวลาก็ร้องไป พอเจออุปสรรคเจอปัญหาอาจจะปรับตัวและแก้ไขได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งถือเป็นการยากพอสมควรต่อผู้ที่ขับร้องเองนะครับ บางครั้งหนูจะต้องเตรียมตัวและทำการบ้านให้มากพอที่จะขับร้องเพื่อทำหน้าที่ให้เต็มสามารถกันใหม่เลยทีเดียวนะครับ ไม่ท้อนะ...
( ผมร้องเพลงแล้วเสียงบี้ขึ้นจมูกมากครับไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเลยครับ )
การร้องเพลงที่ลมระบายออกมาทางจมูกมากกว่าทางปาก บางครั้งระบบทางเดินของลมระบายออกทางจมูกได้อย่างไม่คล่องตัวทำให้เกิดอาการเสียงบี้อื้ออึงขึ้นได้ ให้น้องฝึกบังคับลมออกมาทางปากให้มากที่สุดด้วยการออกเสียงคำว่า ฮา
ให้มีความกังวานเกิดขึ้นให้มากที่สุด
หรืออีกวิธีหนึ่งคือการใช้นิ้วบีบที่จมูกเพื่อปิดไม่ให้ลมออกมาในขณะฝึกขับร้องคำว่า
ฮา
นะครับ
ส่วนการหายใจให้น้องหายใจทางปากนะครับรับรองว่าได้ผลจริงๆสำหรับน้องที่มีเสียงบี้ขึ้นจมูกนะครับ...
( เวลาผมเรียนร้องเพลงอยู่กับคุณครูผมร้องได้ดีมากครับ แต่เมื่อไม่มีคุณครูอยู่ด้วยผมกลับร้องออกมาไม่ค่อยดีเลยครับ
)
การที่น้องขับร้องเพลงอยู่กับคุณครูแล้วขับร้องได้ดีนั้นอาจเป็นเพราะอารมณ์ของน้องเกิดการกระตุ้นให้มีความตั้งใจมากเป็นพิเศษเพื่อที่จะขับร้องตอบสนองให้คุณครูผู้สอนได้รับฟังเสียงอันไพเราะที่เกิดขึ้นจากการแนะนำสั่งสอนของคุณครูเอง ซึ่งเป็นการประสบผลสำเร็จในอีกระดับหนึ่งในตัวของน้อง
แต่หากถ้าไม่มีคุณครูอยู่ด้วยแล้วน้องก็จะขับร้องออกมาไม่ค่อยดีไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม
อาจเป็นเพราะคุณครูท่านนี้มีอิทธิพลต่อสภาวะจิตใจของน้องมากจนทำให้รู้สึกว่าถ้าไม่มีคุณครูอยู่ด้วยและอารมณ์ความตั้งใจในการขับร้องของน้องก็จะลดลงผลงานก็ออกมาไม่ค่อยดี
โดยจะให้น้องใช้กุศโลบายกับตัวเองว่าหากน้องขับร้องเพลงที่ใดก็ตามให้พึงนึกไว้เสมอว่าได้มีคุณครูผู้สอนท่านนี้คอยดูน้องแสดงการขับร้องเพลงอยู่ใกล้ๆ
เพื่อที่จะทำให้อารมณ์ของน้องเองเกิดการกระตุ้นด้วยการตั้งใจเป็นอย่างสูงขับร้องเพลงออกมาให้คุณครูผู้สอนได้รับฟังว่า
ขับร้องได้ดีแล้วขับร้องได้ไพเราะแล้วขับร้องได้อย่างยอดเยี่ยมแล้วใช่ไหม
สิ่งเหล่านี้จะเกิดเป็นความภาคภูมิใจของน้องเองโดยที่มีคุณครูผู้สอนเป็นแรงจูงใจทำให้เกิดขึ้นและน้องก็จะเป็นผู้มอบความรู้สึกดีๆเหล่านี้กลับมาให้คุณครูผู้สอนของน้องเอง...
( การขับร้องหยอดเสียงเป็นอย่างไรค่ะ )
วิธีการขับร้องหยอดเสียงจะใช้เทคนิควิธีการออกเสียงขับร้องบังคับเสียงให้ค่อยๆดังขึ้น หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เฟดอิน
ในวงการเพลงลูกทุ่งครูเพลงส่วนใหญ่จะนิยมเรียกเทคนิคนี้ว่า การหยอดเสียง
ส่วนวงการเพลงไทยสากลจะนิยมเรียกว่า เฟดอิน การออกเสียงขับร้องหากใช้วิธีนี้จะทำให้เสียงที่ขับร้องออกมาเกิดความสวยงามของเสียงทำให้รู้สึกถึงความไพเราะอ่อนหวานต่อตนเองและต่อผู้ที่ได้รับฟังเป็นอย่างยิ่งนะครับ...
( เวลาหนูขับร้องเพลงช้ารู้สึกเสียงยานมากเลยค่ะ )
หากหนูขับร้องเพลงช้าแล้วเสียงยานอาจเป็นเพราะหนูเอื้อนผันเสียงมากจนเกินไปครับ ทำให้เสียงร้องของหนูไล่ตามส่วนจังหวะของดนตรี
คือ ขับร้องช้ากว่าดนตรีไม่ตรงตามส่วนจังหวะนั่นเอง ให้หนูลดการเอื้อนผันเสียงลง คือ
ให้เอื้อนได้นิดเดียวให้น้อยลงจะกำชับด้วยเวลาส่วนจังหวะของดนตรีให้หนูมีเนื้อที่เอื้อนผันเสียงได้ไม่มาก
คือ ขับร้องให้ตรงตามส่วนจังหวะตกและจังหวะยกของดนตรีนั่นเองครับ ลองฝึกขับร้องดูนะครับให้ตรงตามส่วนฝึกหลายๆครั้งหลายๆรอบและความยานของเสียงที่ขับร้องออกมาก็จะหายไปเองครับ...
( น้องของผมอายุ 10 ปี
เป็นเด็กผู้ชายพอร้องเพลงของศิลปินผู้ชายทำไมน้องของผมร้องได้ไม่ดีเลยครับ )
เสียงของเด็กผู้ชายที่อายุไม่เกิน 12 ปี
ลักษณะของเสียงจะมีความเหมือนในเสียงของผู้หญิง คือ
เสียงของเด็กผู้ชายจะอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับเด็กผู้หญิง เพราะฉะนั้นน้องเด็กผู้ชายควรเลือกเพลงของศิลปินผู้หญิงขับร้องจึงจะเหมาะสมในลักษณะเสียงของตนเองซึ่งถือว่าเลือกเพลงขับร้องได้ถูกต้อง
หากน้องเด็กผู้ชายได้เลือกนำเพลงของศิลปินผู้ชายมาขับร้องก็จะเกิดปัญหาและอุปสรรคมาก
เช่น การปรับแต่ง เพิ่ม
– ลด เลือกระดับเสียงในคีย์ของดนตรีให้เข้าเหมาะสมกลมกลืนกับเสียงของน้อง และในบางครั้งที่น้องเด็กผู้ชายขับร้องเพลงไม่ค่อยดีก็อาจจะเป็นเพราะ
1
น้องเด็กผู้ชายขับร้องเพลงของศิลปินผู้ชายซึ่งมีลักษณะเสียงที่แตกต่างกัน
2 น้องเด็กผู้ชายขับร้องเพลงของศิลปินผู้ชายที่ไม่ได้ปรับแต่ง
เพิ่ม – ลด ระดับเสียงคีย์ของดนตรี
สิ่งนี้คือเหตุว่า ทำไมน้องเด็กผู้ชายที่อายุไม่เกิน 12 ปี
จึงร้องเพลงของศิลปินผู้
ชายได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ส่วนเด็กผู้หญิงจะไม่เกิดปัญหาในเรื่องนี้ขึ้นกับตนเอง แต่จะเกิดเป็นกับเด็กผู้ชายเท่านั้นนะครับ...
( การขับร้องใช้เสียงร้อนใช้เสียงเย็นเป็นอย่างไรค่ะ )
การขับร้องเพลงใช้เสียงร้อน
หมายถึง การใช้เสียงด้วยพลังจำนวนมากออกเสียงขับร้องให้ได้รู้ถึงความรุนแรง ความหนักแน่น
ความเข้มแข็ง ความดุดันและร้อนแรง
ลักษณะเสียงเช่นนี้จะถูกกำหนดขึ้นให้เป็นเสียงร้อนนะครับส่วนมากจะนิยมขับร้องใช้กับแนวเพลงร็อค ส่วนการขับร้องใช้เสียงเย็น หมายถึง
การใช้เสียงที่นุ่มนวลออกเสียงขับร้องให้รู้สึกถึงความอ่อนหวาน ความอ่อนโยน
ความอบอุ่นสะอาดไพเราะน่าฟัง
ลักษณะเสียงเช่นนี้จะถูกกำหนดขึ้นให้เป็นเสียงเย็นนะครับ
หนูพอจะมองเห็นถึงความแตกต่างระหว่างเสียงร้อนกับเสียงเย็นบ้างแล้วนะครับพอเวลาหนูขับร้องเพลงให้พึงนึกว่ากำลังได้ใช้เสียงอะไรอยู่
คือ เสียงร้อนหรือเสียงเย็นขับร้องเพลง...
( เพื่อนของหนูบอกว่าหนูขับร้องตัวรอเรือกระดกลิ้นมากเกินไปค่ะ)
การขับร้องด้วยการกระดกลิ้นให้เป็นเสียงของตัว
รอเรือ หรือ ตัวลอลิงจะออกเสียงขับร้องให้เกิดเป็นเสียงระรัว
แสดงความหมายให้รู้ว่าเป็นลักษณะในรูปเสียงของตัวรอเรือ หรือ ตัว ลอ ลิง ให้หนูออกเสียงกระดกลิ้นเพียงครั้งเดียวไม่ว่าจะเป็นการออกเสียงตัวรอเรือ
หรือ ตัว ลอ ลิง ก็ตาม
ตัวอย่างเช่น คำว่า
เปลี่ยนแปลง
ให้หนูออกเสียงด้วยการกระดกลิ้นเพียงครั้งเดียวให้รู้ว่าเป็นเสียงของตัว ลอ
ลิง นะครับ
ตัวอย่างต่อไป เช่นคำว่า
รักเธอ
ให้หนูออกเสียงด้วยการกระดกลิ้นเพียงครั้งเดียวให้รู้ว่าเป็นเสียงของตัวรอเรือนะครับ เพียงแค่นี้หนูก็ขับร้องออกเสียงด้วยการกระดกลิ้นได้อย่างสวยงามแล้วครับ 00
(
ทำอย่างไรดีครับหากการร้องเพลงเป็นการแข่งขันกับผู้อื่น
)
หากการร้องเพลงเป็นดั่งการแข่งขันซึ่งอยู่ในรูปแบบของการประกวดร้องเพลงมีการตัดสินด้วยคะแนนจากคณะกรรมการ
หรือ จะเป็นการโหวตให้คะแนนจากผู้ชม สิ่งเหล่านี้อาจสร้างแรงกดดันให้กับตัวของน้องเองกับอีกเพื่อนๆที่ร่วมเข้าประกวดก็สามารถสร้างแรงกดดันให้กับน้องได้ด้วยเช่นกันครับ เพราะฉะนั้นน้องควรผ่อนคลายความตึงเครียดที่เกิดจากแรงกดดันต่างๆให้ออกจากความรู้สึก ให้โปร่งเบาสบายด้วยความสนุกสนานในหน้าที่ และที่สำคัญน้องต้องทำให้ได้ดีทำให้เต็มความสามารถของน้องเองด้วยนะครับถึงจะเกิดเป็นผลอย่างยิ่ง
ให้น้องคิดในสิ่งดีในด้านที่เป็นบวกมีความเป็นมิตรด้วยความสนุกสนานกับการกระทำในหน้าที่ด้วยการแสดงออกในรูปแบบของการขับร้องใช้เสียงให้ได้รับชมให้ได้รับฟังด้วยความไพเราะซึ่งจะมีผลที่มาจากสภาพจิตใจที่ดีจากความคิดที่ดีและผลงานก็ออกมาดีด้วนเช่นกันครับ
หากน้องคิดในสิ่งที่เป็นศัตรูกับคู่แข่งมีความรู้สึกคิดไปในทางลบก็จะเกิดแรงกดดันสร้างความตึงเครียดให้กับตนเอง สภาพจิตใจไม่ดี ความรู้สึกนึกคิดไม่ดี ผลงานก็ออกมาไม่ดีเช่นกันครับให้น้องรักษาจิตใจที่ดีไว้ คิดให้ดีไว้ให้เป็นบวก แล้วผลงานในการขับร้องที่น้องทำก็จะออกมาดี คือ
เสียงดี พูดดี ขับร้องดีได้งดงามอย่างไพเราะนั่นเองครับ 00
( เพื่อนที่ร่วมประกวดร้องเพลงขับร้องสูสีกันมากจะมีวิธีใดที่จะเอาชนะได้ครับ
)
การประกวดร้องเพลงที่มีความสูสีกันมากจะใช้ความสามารถและเทคนิคบางอย่างซึ่งที่ฝ่ายตรงข้ามไม่มีน้องควรนำเอาขึ้นมาใช้ให้เห็นถึงความแตกต่าง ตัวอย่าง
เช่น
1 ร้องเพลงแล้วเต้นตามไปด้วย
คือ การใช้ความสามารถของน้องให้โดดเด่นออกมาให้เหนือกว่าคู่แข่ง
2 การแนะนำพูดคุยให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมคล้อยตามไปกับเพลงที่น้องจะขับร้อง
คือ
การใช้ความสามารถให้โดดเด่นออกมา
หากน้องใช้สองวิธีการนี้ก็ย่อมรู้สึกถึงความแตกต่างจากคู่แข่งมากเลยนะครับ หรือ จะใช้อีกวิธีหนึ่ง คือ
การใช้เทคนิคการออกเสียงขับร้องให้ดีกว่าโดดเด่นกว่าจากคู่แข่ง เช่น
การใช้เทคนิควิธีการสั่นสะเทื่อนของเสียง
การใช้คำร้องหนึ่งคำมีเมโลดี้คำร้องหลายตัว
การใช้เทคนิคออกเสียงขับร้องด้วยการเฟดเสียงให้ค่อยๆดังขึ้นได้อย่างสวยงาม
หรือ
เทคนิคต่างๆที่น้องๆจะสามารถคิดนำออกมาใช้ให้เป็นผลได้ด้วยตัวเองนะครับ น้องลองฝึกดูนะครับ (
การมีพรสวรรค์ในการร้องเพลงเป็นลักษณะอย่างไรค่ะ )
พรสวรรค์ในการร้องเพลงส่วนมากจะเกิดขึ้นอยู่กับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายแต่ไม่ทุกคนนะครับมีเฉพาะบางคนเท่านั้นครับ เด็กคนใดที่มีพรสวรรค์ในการร้องเพลงก็จะร้องเพลงได้ดีร้องได้ไพเราะอยู่ในระดับหนึ่งและจะมีความสามารถเก่งกว่าเด็กปกติทั่วไป
พอโตขึ้นมาสู่วัยรุ่นความเก่งในพรสวรรค์นี้ก็ยังติดตามตัวหนูมาด้วย อาจจะทำให้หนูหลงตัวเองในสิ่งที่มีความสามารถร้องเพลงได้ดีแล้ว ร้องได้ไพเราะแล้ว และไม่ค้นหาความรู้เข้ามาเพิ่มเติมซึ่งถือว่าเป็นสิ่งไม่ดีเลยนะครับ เพราะหนูไม่มีทักษะทฤษฏีติดตัวเลยอย่างน้อยก็พอให้ได้รู้หลักบ้างก็ยังพอน่าชมเชยอยู่
การมีพรสวรรค์เหมือนมีพื้นฐานการเรียนรู้ที่สามารถเรียนรู้ไปได้รวดเร็วกว่าผู้อื่น เพราะฉะนั้นหนูควรเรียนรู้ทักษะและทฤษฏีเกี่ยวกับการร้องเพลงด้วยนะครับจึงจะเกิดความสมบูรณ์เติมเต็มให้กับการร้องเพลงของหนูให้ได้รู้หลักวิชาที่ดีๆต่อไปนะครับ
และอย่าหลงใหลพอใจในสิ่งที่เป็นพรสวรรค์นะครับอาจจะทำให้ความสามารถของหนูหยุดอยู่กับที่แค่นั้นครับ...
( หนูรู้สึกว่าตนเองถนัดร้องแต่เพลงช้าค่ะ ส่วนเพลงเร็วจะร้องไม่ค่อยได้เป็นเพราะอะไรค่ะ )
เป็นเพราะหนูไม่เคยได้ฝึกขับร้องเพลงเร็วเลยสิครับ
หนูลองฝึกขับร้องเพลงเร็วดูบ้างนะไม่ยากหรอกครับ
ขับร้องให้ตรงสัดส่วนจังหวะตกและจังหวะยกแล้วหนูจะสนุกกับการขับร้องเพลงเร็วได้ดี เพราะว่าการขับร้องเพลงควรจะขับร้องให้ได้ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็วถึงจะสมบูรณ์เติมเต็มในสิ่งที่หนูยังมีไม่ครบนะครับ และหวังว่าต่อไปหนูคงจะขับร้องเพลงเร็วได้นะครับ...
( ผมใช้ไมโครโฟนร่วมกับคนที่เป็นหวัดจะมีวิธีป้องกันอย่างไรที่จะไม่ให้ตนเองติดหวัดจากเขาครับ )
การใช้ไมโครโฟนร่วมกับคนหลายๆคนอาจทำให้เกิดการหมักหมมของกลิ่นที่ตกค้างหลงเหลืออยู่ หรือ คนที่เป็นหวัดร่วมใช้ไมโครโฟนตัวเดียวกันนี้แล้ว พอน้องมาใช้ต่ออาจจะเกิดการติดเชื้อหวัดในระบบทางเดินหายใจของน้องเองได้ วิธีป้องกันเบื้องต้นให้หรี่สัญญาณเสียงของไมโครโฟนลงเสียก่อนแล้วใช้ผ้าเช็ดที่หัวไมโครโฟนให้สะอาด หรือ จะใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์พอหมาดๆเช็ดเพื่อทำความสะอาดขจัดคลาบกลิ่นออกให้หมด หรือ น้องใช้ไมโครโฟนส่วนตัวของน้องเองก็ได้โดยถอดไมโครโฟนอันนั้นออกแล้วเอาไมโครโฟนของน้องใส่เข้าไปแทนนะครับ ให้น้องเลือกใช้วิธีใดก็ได้เพียงเท่านี้น้องก็จะไม่ติดเชื้อใดๆจากไมโครโฟนอีกต่อไป...
( หนูเห็นผู้ใหญ่บางคนขับร้องคำว่า ไป
บังคับเสียงให้ออกทางจมูกฟังแล้วรู้สึกแปลกๆค่ะ
)การใช้ไมโครโฟนร่วมกับคนหลายๆคนอาจทำให้เกิดการหมักหมมของกลิ่นที่ตกค้างหลงเหลืออยู่ หรือ คนที่เป็นหวัดร่วมใช้ไมโครโฟนตัวเดียวกันนี้แล้ว พอน้องมาใช้ต่ออาจจะเกิดการติดเชื้อหวัดในระบบทางเดินหายใจของน้องเองได้ วิธีป้องกันเบื้องต้นให้หรี่สัญญาณเสียงของไมโครโฟนลงเสียก่อนแล้วใช้ผ้าเช็ดที่หัวไมโครโฟนให้สะอาด หรือ จะใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์พอหมาดๆเช็ดเพื่อทำความสะอาดขจัดคลาบกลิ่นออกให้หมด หรือ น้องใช้ไมโครโฟนส่วนตัวของน้องเองก็ได้โดยถอดไมโครโฟนอันนั้นออกแล้วเอาไมโครโฟนของน้องใส่เข้าไปแทนนะครับ ให้น้องเลือกใช้วิธีใดก็ได้เพียงเท่านี้น้องก็จะไม่ติดเชื้อใดๆจากไมโครโฟนอีกต่อไป...
การออกเสียงขับร้องคำว่า
ไป วิธีที่ถูกต้องควรบังคับลม หรือ
เสียงให้ออกมาทางปากและทางจมูกอย่างละเท่าๆกันนะครับ และให้หนูสังเกตว่าจะมีเสียงสระอีผสมอยู่ท้ายเสียง
หรือ อยู่ที่ปลายเสียงนั่นเองครับจึงจะถูกต้อง
หากออกเสียงขับร้องคำว่า ไป แล้วบังคับลม หรือ
เสียงให้ออกมาทางจมูกทางเดียว
และให้หนูสังเกตว่าจะมีเสียงสระอิผสมอยู่ท้ายเสียง จะเกิดมีความสั่นสะเทือนของเสียงสระอือให้เกิดเป็นเสียงตัว
งอ งู ผสมเข้ามาจึงเกิดเป็นเสียงอิง
เพราะฉะนั้นหากออกเสียงขับร้องแล้วบังคับเสียงให้ออกมาทางจมูกทางเดียวก็จะเกิดเป็นเสียงนี้ครับ
ไปอิง
พอฟังแล้วย่อมให้ความรู้สึกที่แปลกออกไป หรือ เป็นวิธีที่ออกเสียงที่ผิดจากธรรมชาติไปครับ...
( ผมมีเพื่อนคนหนึ่งเรื่องร้องเพลงเขาพูดเก่งมากพูดเยอะมาก แต่พอเขาร้องเพลงกลับร้องไม่เอาไหนจริงๆครับ )
การที่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับการร้องเพลงซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการรู้ที่เป็นทฤษฎีของการขับร้อง
หรือ เกี่ยวกับเพลงเกี่ยวกับดนตรี ซึ่งแต่ละบุคคลจะไก้รับทฤษฎีได้รับประสบการณ์มาอย่างแตกต่างกัน
และ อาจจะมีความเหมือนกันบ้างในบางส่วน
หากผู้ใดมีทฤษฎีมากมีเรื่องราวมากก็อาจได้เป็นผู้ที่พูดมากอย่างที่น้องได้เจอะเจอเกิดขึ้นกับเพื่อนของน้องเอง
ถ้าหากมองในเรื่องของการปฏิบัติซึ่งก็ย่อมปฏิบัติได้ดีเช่นกันนะครับ ซึ่งอาจจะสอดคล้องเกี่ยวพันกันกับการมีทฤษฎีและการปฏิบัติเป็นสิ่งที่ควบคู่กันบางคนเก่งเรื่องทฤษฎีส่วนการปฏิบัติอาจดีไม่ที่ควร
กับอีกบางคนเก่งทั้งเรื่องทฤษฎีและเก่งทั้งเรื่องปฏิบัติซึ่งถือว่าดีมากครับ เพียงแค่ให้น้องได้รู้ถึงบุคคลว่ามีในสิ่งที่เป็นทฤษฎีและการปฏิบัติได้ดีมากน้องเพียงไรนะครับ...
( เวลาผมตั้งใจร้องเพลงมากๆแล้วเสียงร้องออกมาฟังดูแข็งๆชอบกลครับ )
การที่ตั้งใจมากเกินไปในการขับร้องเพลงจะทำให้รู้สึกถึงอาการเกร็งของร่างกายอาจทำให้เกิดความตึงเครียดโดยที่น้องเองไม่รู้ตัว เสียงที่ขับร้องออกมาจะให้รู้ถึงความแข็งกระด้างไม่สวยงามเท่าที่ควรนะครับ
น้องควรผ่อนคลายอารมณ์ความรู้สึกของน้องลงบ้างด้วยการเดินไปเดินมา หรือ
หมุนรอบตัวเอง หรือ บิดขี้เกียจคลายความตึงเครียดลงแล้วลองขับร้องใหม่อีกที่นะครับ ให้น้องขับร้องแบบสบายๆ คือการตั้งใจขับร้องแบบสบายๆนั่นเองครับ
รับรองว่าเสียงของน้องที่ขับร้องออกมาจะเกิดความเป็นธรรมชาติไม่หยาบไม่แข็งกระด้างอีกต่อไปครับ...
( หนูเรียนร้องเพลงกับครูท่านหนึ่งเจอโจทย์ยากมากจนทำให้หนูเกือบร้องไห้เป็นเพราะอะไรค่ะ )
เป็นเพราะหนูยังปรับอารมณ์ความรู้สึกได้ยังไม่ดีกับโจทย์ชั้นสูงจึงเป็นสิ่งที่มีความยากสำหรับผู้ที่ฝึกหัด
ขอให้หนูมีความอดทนมากๆกับการฝึกวิชาการขับร้องชั้นสูงนี้นะครับ
หากหนูได้รู้ทางเทคนิคและฝึกฝนให้คุ้นเคยแล้วรับรองได้ว่าหนูจะขับร้องได้อย่างราบรื่นสายงามทีเดียวครับ ขอยกตัวอย่างสักหนึ่งประโยค คำว่า
“ หัวใจมีรอยช้ำ ”
1
หนูควรใช้เสียงขับร้องด้วยการถ่ายทอดความรู้สึกออกมาให้เห็นเป็นภาพ
2
ภาพของความรู้สึกที่มีรอยช้ำเป็นในลักษณะใด
ที่ทำให้เจ็บ
3 คือเจ็บเพียงเล็กน้อย
หรือเจ็บพอประมาณ หรือ ปานกลาง หรือ เจ็บมาก
4
จัดระดับของอารมณ์ให้เศร้าเสียใจอยู่ในระดับ
เพียงเล็กน้อย หรือ ปานกลาง
หรือ
พอประมาณ หรือ มาก
5 จัดระดับของเสียงขับร้องตีบทให้แตกในระดับ พอใช้
ปานกลาง หรือ ดีมาก
หนูค่อยๆทำความรู้จักและฝึกฝนให้คุ้นเคยชินกับเทคนิคชั้นสูงนี้นะครับ หากมีคุณครูคอยฝึกฝนให้หนูและอาจจะได้รับแรงกดดันจนทำให้หนูรู้สึกจะมีน้ำตาออกมา และขอให้หนูอดทนมากๆนะครับ...
( ร้องแบบมีน้ำหนัก หรือ ร้องแบบอ่อนหวาน
จะเลือกฝึกร้องแบบไหนดีก่อนค่ะ )
หากเป็นการฝึกร้องเพลงแนะนำให้ร้องแบบมีน้ำหนักก่อนนะครับ เพราะการขับร้องแบบมีน้ำหนักจะขับร้องได้ง่าย
คือ ไม่ต้องเอื้อนผันเสียงมากแค่ใช้พลังขับร้องให้ตรงตามส่วนจังหวะตกและจังหวะยกนะครับ
หนูลองฝึกขับร้องวิธีนี้ก่อนนะครับขับร้องแบบมีน้ำหนักฝึกบ่อยๆฝึกให้คุ้นเคยเลยนะครับ
พอคุ้นเคยแล้วก็ให้เปลี่ยนมาขับร้องแบบอ่อนหวานให้เกิดความไพเราะโดยใช้พลังเสียงที่มีน้ำหนักเป็นพื้นฐานเอื้อนผันเสียงให้สวยงาม ขอเปรียบเทียบให้หนูเห็นภาพนะครับ การขับร้องแบบอ่อนหวานที่ต้องใช้พลังย่อมเหมือนกับนักยิมนาสติกที่มีพละกำลังที่แข็งแรงแต่ภาพที่แสดงแข่งขันกับมีเรือนร่างที่งดงามอ่อนช้อยมากครับ ก็ย่อมไม่แตกต่างจากการขับร้องเพลงให้หนูใช้วิธีเปรียบเทียบเคียงกันนี้มาประยุกต์ปรับใช้ได้ด้วยตัวหนูเองนะครับ...
( ขณะที่ผมขับร้องได้เกิดลมกระแทกเข้าที่ไมโครโฟนโดยที่ไม่ได้ตั้งใจเป็นเพราะอะไรครับ )
อาจเป็นเพราะการตั้งสัญญาณไมโครโฟนแรงมากเกินไป
หรือ ตัวของน้องเองควบคุมเสียงได้ดีไม่ที่ควรนะครับ จนทำให้ลมกระแทกเข้าที่ไมโครโฟนขณะขับร้องเพลงจึงทำให้เกิดเสียงที่ไม่น่าฟังขึ้นมา ซึ่งอาการในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคนซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
หากได้มีการฝึกฝนบังคับลมในขณะขับร้องได้ดีแล้ว อาการลมกระแทกเข้าที่ไมโครโฟนก็จะไม่เกิดขึ้นเข้ามารบกวนได้อีกต่อไป น้องลองฝึกและสังเกตตัวของน้องเอง หรือ
สังเกตดูจากผู้อื่นก็ได้นะครับว่ามีการบังคับลมไม่ให้กระแทกเข้าที่ไมโครโฟนได้ดีบ้างไหมครับ...
( การเตรียมตัวร้องเพลงมีประโยชน์อย่างไรครับ )
มีประโยชน์มากเลยครับและมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมตัวเตรียมความพร้อมก่อนที่จะขึ้นเวทีขับร้องเพลง
ต้องมีการฝึกฝนฝึกกันจนเกิดความชำนาญและเชี่ยวชาญกันเลยครับ
ต้องใช้เวลามากพอสมควรที่จะทำให้ผลงานการขับร้องเพลงนี้ออกมาได้ดี
มาดูขั้นตอนการเตรียมตัวนะครับ
1 เลือกบทเพลงที่จะนำมาขับร้อง
2 เลือกหาชุดเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมเข้ากับเนื้อหาของเพลงหรือแนวเพลง
3
เลือกใช้เครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ
กำไร แหวน ต่างหู
4 เลือกใช้ท่าทางแสดงให้เหมาะสมกับบทเพลง
5 เลือกใช้คำพูดแนะนำตัว
หากน้องเตรียมตัวได้อย่างนี้นะครับรับรองว่าผลงานต้องออกมาดีแน่นอนซึ่งน่ารับชมรับฟังเป็นอย่างยิ่ง
มีน้องบางคนบอกว่าก่อนขึ้นเวทีขับร้องเพลงไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย เพราะไม่มีเวลาฝึกซ้อมไม่มีเวลาให้ฝึกฝน คือไม่มีเวลาทำการบ้านมา น้องคงมีความมั่นใจมาสูงและละเลยในเรื่องของการเตรียมตัวเหล่านี้
ผลงานก็ออกมาแค่ให้ได้ยินเสียงและองค์ประกอบของภาพโดยรวมก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร หากเปรียบเทียบกับการเตรียมตัวเตรียมความพร้อมมานำเสนอให้ได้ชมภาพโดยรวมจะแตกต่างกว่ากันเยอะมากครับ
น้องเห็นแล้วใช่ไหมครับว่าการเตรียมตัวมีประโยชน์อย่างไรและสำคัญอย่างไร...
( หนูไปร้องเพลงคาราโอเกะ มีภาพและเนื้อคำร้องให้ดู หนูก็ยังร้องไม่ทันเป็นเพราะอะไรค่ะ “ หัวเราะ” )
เป็นเพราะหนูยังไม่คุ้นกับบทเพลงที่จะร้องนี้มากกว่าครับ
และหนูคงไม่ได้ฝึกซ้อมที่จะขับร้องอย่างจริงจัง เพราะการร้องคาราโอเกะ เป็นการร้องแบบผ่อนคลายและไม่คิดเอาจริงจังอะไรมาก
ไม่ต้องไปกังวลคิดว่าจะร้องออกมาดีหรือไม่ดีก็ตาม
เพียงแต่ว่าหนูจะขับร้องออกมาแล้วมีความสนุกสนานมีความสุขก็พอแล้วครับเป็นสิ่งที่น่ายินดีด้วย
ถ้าหากหนูจะขับร้องให้ดีหนูก็ต้องฝึกซ้อมบ่อยๆทำให้คุ้นเคยกับเพลงที่จะขับร้องให้มากๆแล้วจะเกิดการจำเนื้อคำร้องได้เอง
คราวนี้แหละหากหนูกลับไปร้องคาราโอเกะอีกทีก็จะจำเนื้อร้องได้
และจะร้องทันตามเนื้อคำร้องของจังหวะเพลงได้ดีทีเดียวครับ...
( การรักษาเสียงร้องมีวิธีทำอย่างไรบ้างค่ะ )
วิธีการรักษาเสียงร้องให้เป็นปกติด้วยการงดอาหารดั่งต่อไปนี้
1 งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
2 งดเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดน้ำลายเหนียว เช่น
น้ำอัดลมที่มีส่วนผสมของโซดา
3 งดเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดอาการคอแห้งที่มีรสฝาด เช่น
น้ำชา นมเปรี้ยว
4 งดอาหารที่มีรสจัด เช่น
เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด
5 งดอาหารที่มีน้ำจิ้มรสจัด เช่น
ปลาหมึกย่าง ลูกชิ้นย่าง
6 งดผลไม้ที่จิ้มพริกเกลือ เช่น
มะม่วง ฝรั่ง สับปะรด
ชมพู่
และผลไม้ดองต่างๆ
7 งดอาหารขบเคี้ยวอบเค็ม เช่น
มันฝรั่ง ถั่วทอด
อาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดอาการคอแห้งและเกิดมีน้ำลายเหนียว ซึ่งทำให้มีอุปสรรคต่อการใช้เสียงขับร้อง หนูควรงดอาหารเหล่านี้ทั้งหมดก่อนทำการขับร้อง 30 นาที
เพื่อรักษาระบบช่องปากและลำคอให้เป็นปกติโดยการจิบน้ำอุ่นแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เป็นการรักษาเสียงก่อนทำการขับร้องนะครับ...
( การขับร้องตีบทแตกเป็นอย่างไรค่ะ )
การขับร้องที่ใช้เทคนิคต่างๆผสมผสานเข้าด้วยกันเป็นองค์ประกอบเป็นเทคนิค
ชั้นสูงที่ขับร้องออกมาด้วยการถ่ายทอดให้เกิดความรู้สึกเห็นภาพได้ด้วยเสียงที่ยอดเยี่ยมมาก โดยแยกรายละเอียดออกดังนี้
1
ระดับน้ำหนักของเสียง
2
ระดับน้ำหนักของอารมณ์
3 ระดับการเอื้อนผันเสียงที่เกินจริง
4 ระดับสัญญาณเสียงที่เป็นตัวเชื่อมประโยค และระดับสัญญาณเสียงที่เป็นตัวเอก
5 เทคนิคอื่นๆ เช่นการกดเสียงร้องให้จมลง หรือการใช้เสียงให้ล่องลอย การบีบอัดเสียงให้เป็นเส้นหรือเป็นแท่ง การขยี้เสียงให้เกิดการสั่นสะเทือน ฯลฯ
เทคนิคเหล่านี้จะถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นองค์ประกอบของการที่จะขับร้องใช้เสียงการใช้เสียงถ่ายทอดจากเนื้อเพลงเป็นเทคนิคชั้นสูงจะเปรียบได้กับผู้ที่พาย์กภาพยนต์ หากกล่าวถึงความเจ็บ คำว่าเจ็บ
ระดับน้ำหนักของเสียงและระดับน้ำหนักของอารมณ์ในความเจ็บ คือเจ็บน้อยจนถึงเจ็บมาก แต่เนื้อเพลงกล่าวถึงเจ็บมาก
หนูก็ต้องออกเสียงคำว่าเจ็บให้ได้เกินจริงถึงจะได้ระดับของอารมณ์ในคำว่าเจ็บมาก สิ่งเหล่านี้แหละครับคือขับร้องได้ตีบทแตกแล้ว...
(
การใช้ลำดับของกล่องเสียงเป็นอย่างไรค่ะ )
กล่องเสียงคือจุดกำเนิดเสียงจะบ่งบอกถึงลักษณะของเสียงได้อย่างแตกต่างกัน
โดยมีลำดับดังต่อไปนี้นะครับ
1 การใช้จุดกำเนิดเสียงที่ลำคอ หรือการใช้กล่องเสียงที่ลำคอลักษณะของเสียง
จะอยู่ในระดับ
ต่ำ – ปานกลาง
2 การใช้จุดกำเนิดเสียงที่กระพุ้งแก้ม
หรือการใช้กล่องเสียงที่แก้มลักษณะของเสียงจะอยู่ในระดับ ปานกลาง – สูง
3
การใช้จุดกำเนิดเสียงที่ริมฝีปาก หรือการใช้กล่องเสียงที่ริมฝีปากลักษณะของเสียงจะอยู่ในระดับ
สูง – สูงมาก
4
การใช้จุดกำเนิดเสียงที่จมูก
หรือการใช้กล่องเสียงที่จมูกลักษณะของเสียง
จะอยู่ในระดับ
ต่ำ – สูง
หนูลองฝึกใช้กล่องเสียงเหล่านี้ดูนะครับ
หากเมโลดี้คำร้องอยู่ในระดับเสียงต่ำ
ให้ใช้จุดกำเนิดเสียงที่ลำคอนะครับ หากเมโลดี้คำร้องอยู่ในระดับเสียงกลางอาจจะใช้จุดกำเนิดที่ลำคอหรือกระพุ้งแก้มก็ได้นะครับ หากเมโลดี้คำร้องเป็นเสียงสูงให้ใช้จุดกำเนิดเสียงที่กระพุ้งแก้มหรือริมฝีปาก หนูลองฝึกใช้ระดับเสียงร้องให้บ่อยๆนะครับ
ฝึกให้คุ้นเคยให้เกิดความชำนาญเลยนะครับ...
มีเยอะมากครับ ซึ่งการออกเสียงขับร้องจะใช้เทคนิควิธีการออกที่ไม่เหมือนกัน ก็มีดังนี้นะครับ
1 เสียงของการพูด
2 สำเนียงเสียงท้องถิ่น
3 เสียงของการกระซิบ
4 เสียงที่มีแต่ลม
5 เสียงที่มีลมมากกว่าเนื้อเสียง
6 เสียงของการสะอื้น
7 เสียงของการออดอ้อน
8 เสียงของการจริต
9 เสียงที่มีความดัดให้หล่อหรือดัดให้สวย
10 เสียงของการใช้ระดับสัญญาณเสียงที่มีความเท่ากัน
11 เสียงของการบ่น
12 เสียงของการตะเบ็ง
13 เสียงของการตระโกน
14 เสียงของการคำราม
15 เสียงของการตะวาด
16 เสียงของการตะคอก
17 เสียงของการสวดมนต์
18 เสียงของการหอน
19 เสียงของการไม่กระดกลิ้น
20 เสียงของการระรัว21 เสียงของการหัวเราะ
22
เสียงที่ออกมาทางจมูก
23
เสียงที่มีความกังวานของสระ
24
เสียงที่ถูกสะกิดให้ดังขึ้น
25 เสียงที่ถูกเน้น
26 เสียงซิด ซ ส
27 เสียงเผอะ ผ
ท ธ ด ถ
28 เสียงที่มีความลอย
29 เสียงที่มีความจม
30 เสียงที่ถูกกด
31 เสียงที่ถูกขยี้
32 เสียงที่ถูกบีบอัด
33 เสียงที่ถูกสะบัด
34
เสียงที่ค่อยๆดังขึ้น
35 เสียงที่ค่อยๆเบาลง
36
เสียงที่มีลักษณะเต็มสมบูรณ์
37 เสียงหลบเมโลดี
38
เสียงที่มีลักษณะเหนื่อยสั่น
39
เสียงที่ถูกกั้นไม่ให้ออกทางด้านข้าง
40 เสียงที่ลักษณะหลง
41 เสียงในลักษณะตก
42
เสียงที่มีลักษณะเพี้ยนต่ำ
43
เสียงที่มีลักษณะเพี้ยนสูง
44
เสียงที่ไม่เป็นอิสระ
45
เสียงที่มีลักษณะไม่มั่นใจ
46 เสียงที่เป็นตัวเอก
47 เสียงที่เป็นตัวเชื่อมประโยค
48
เสียงที่เกิดจากน้ำลาย
49
เสียงคำร้องหนึ่งคำมีเมโลดีอยู่หลายตัว
50
เสียงของวรรณยุกต์ตรี
51
เสียงที่มีสระอูผสมอยู่ท้ายเสียง
52
เสียงที่มีสระอีผสมอยู่ท้ายเสียง
53
เสียงที่มีสระโอผสมอยู่หน้าเสียง
54
เสียงที่ถูกเปลี่ยนสัญญาณเสียง
55 เสียงที่ถูกการกลั่นกรองให้ละเอียดขึ้น
56
เสียงที่ถูกการถ่ายทอดให้เกิดความรู้สึก
57
เสียงที่เกิดขึ้นตามลำดับของช่วงเวลา
น่าตื่นตาตื่นใจกับเทคนิคการออกเสียงขับร้องไหมครับ
หนูค่อยๆลองฝึกดูนะครับเทคนิคอันไหนที่หนูคิดว่าออกเสียงขับร้องได้ง่ายให้ฝึกเทคนิคอันนั้นจากง่ายไปหายากนะครับ...

